
ยกเว้นภาษีอัญมณี ช่วยลดต้นทุนเอกชน
เว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เว้นภาษีเงินได้หนุนธุรกิจอัญมณี ทำให้ไม่คิดย้ายฐานไปต่างประเทศ
เว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เว้นภาษีเงินได้หนุนธุรกิจอัญมณี ทำให้ไม่คิดย้ายฐานไปต่างประเทศ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายหรือการขายเพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เฉพาะที่ยังมิได้เจียระไน แต่ไม่รวมถึงสิ่งทำเทียมวัตถุดังกล่าวหรือที่ทำขึ้นใหม่
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 1% สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินจากการขายเพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เฉพาะที่ยังมิได้เจียระไนและได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายอัญมณีดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
สำหรับมาตรการนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยจะสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ และคาดว่าปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น 3,900 ล้านบาท/ปี ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้ 2% ของต้นทุนการผลิตรวม รักษาฐานการผลิตอัญมณีปลายน้ำ (การประกอบตัวเรือน) ไม่ให้ย้ายฐานไปประเทศคู่แข่งที่มีค่าแรงถูกกว่า ยังทำให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมปลายน้ำประมาณ 5 หมื่นคน กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ไม่มากนัก







