
บึ้ม หน้าบิ๊กซีทำศก.สะดุด
สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นมาทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคภายในประเทศ แม้จะมีปัญหาทางการเมืองทำทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นแสงสว่าง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ระเบิดอาจทำให้เศรษฐกิจสะดุดได้ รัฐบาลจึงต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น
สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นมาทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคภายในประเทศ แม้จะมีปัญหาทางการเมืองทำทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นแสงสว่าง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ระเบิดอาจทำให้เศรษฐกิจสะดุดได้ รัฐบาลจึงต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น
บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ให้ความเห็นว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้เพิ่มมาเป็นราว 7% นั้น ถือว่าเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับที่ทุกคนมองไว้แล้ว โดยสูงขึ้นจากที่คาดเดิม แสดงว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์วางระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีในใจกลางเมือง อาจจะมีผลกระทบเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจได้
“ไตรมาสแรกเติบโตสุดๆ แต่ไตรมาส 2 ถูกกระทบ ไตรมาส 3 ฟื้นตัว คนก็จะเข้ามาใหม่ แต่เหตุการณ์วางระเบิดก็อาจทำให้ทุกอย่างสะดุดได้เหมือนกัน”
สำหรับเหตุการณ์วางระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี บัณฑูร กล่าวว่า ชั่วโมงนี้ประเทศไทยเป็นช่วงปฏิรูปประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นมาจากประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น นักท่องเทียวก็ยังมาไทย เพราะตนเองเพิ่งกลับจากจีน พบว่าเครื่องบินก็มีผู้โดยสารเต็มลำ
“การที่นักท่องเที่ยวมาไทย เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขายังพิสมัยไทยอยู่ และขณะนี้การลงทุนยังมีเข้ามา ดังนั้นเป็นโจทย์ร่วมของคนไทยที่จะร่วมพัฒนาการเมืองด้วย เพราะระเบิดเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของครรลองของชาติ” บัณฑูร กล่าว
เพราะความไม่สงบเป็นความเสี่ยงในขณะนี้ ซึ่งการวางระเบิดก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบบ้าง ไม่อยากให้เกิดความไม่สงบบ่อยๆ เพราะพอเกิดความไม่สงบทีหนึ่ง เศรษฐกิจก็สะดุดคราวหนึ่ง
บัณฑูร กล่าวอีกว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตดี การส่งออกขยายตัวดี ผู้ประกอบการส่งออกและผู้ประกอบการเริ่มขายของได้ การลงทุนภาครัฐก็ยังมีแรงกระตุ้นอยู่
ดังนั้น ในระยะสั้นเศรษฐกิจและนักธุรกิจไทยไม่น่ามีปัญหา แต่หากระยะยาวไม่เร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการศึกษา ระบบคมนาคม การวางกฎหมาย ระบบโทรคมนาคม ก็อาจจะทำให้ไทยเสียโอกาสในการขยายตัว เพราะไม่มีตัวผลักดันเศรษฐกิจ แม้ว่ารัฐบาลพยายามทำอยู่ แต่ยังไม่กว้างพอ
บัณฑูร ยังกล่าวถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยว่า ขณะนี้ ธปท. ชี้นำการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว ธนาคารก็ทำตามโจทย์นี้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ถกเถียง คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ควรจะเป็นเท่าไหร่จึงจะหมาะสมนั้น ไม่มีคำตอบที่เป็นขาวหรือดำ แต่ธนาคารก็พร้อมจะหารือเพื่อหาความสมดุลว่า ควรจะอยู่จุดไหนทั้งอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
“ส่วนตัวแล้วยินดีหารือกับทุกฝ่าย เพราะชอบหารืออยู่แล้ว แต่จะเป็นไปได้หรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าร่วมมือกันโดยคุยกันแบบตรงไปตรงมา ก็ย่อมหาทางออกได้อยู่แล้ว แต่สำคัญต้องหาจุดสมดุลให้เจอ” บัณฑูร กล่าวว่า ในมุมมองของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ประเทศไทยยังน่าพิสมัยอยู่ เห็นได้จากนักท่องเที่ยวและนักลงทุนเริ่มกลับมาประเทศไทยบ้างแล้ว
อย่างไรก็ดี เห็นได้จากไตรมาส 2 ก็สะดุดไปแล้ว ตอนนี้ไตรมาส 3 ฟ้าเปิดก็เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และทุกคนมองว่าจีดีพีจะเติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้ที่ 7% ซึ่งธนาคารก็เชื่อว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ 89% แต่ถ้าไม่สงบก็เสี่ยงว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะขณะเดียวกัน ปัจจัยต่างประเทศเองก็มีความไม่แน่นอน
“การเมืองเป็นโจทย์โดยรวมที่อยากให้สงบ แต่ก็เชื่อว่าเป็นครรลองของมนุษย์ที่น่าจะหาทางออกได้ แต่ไม่อยากให้เกิดความไม่สงบบ่อย” นายบัณฑูร กล่าว
นายบัณฑูร กล่าวว่า ระยะสั้นเศรษฐกิจไม่มีปัญหา ส่งออกทำได้ดี แต่ห่วงระยะยาวมากกว่า เพราะยังไม่เห็นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว







