posttoday
หลักเกณฑ์ต้องรัดกุม

หลักเกณฑ์ต้องรัดกุม

10 กุมภาพันธ์ 2559

แนวคิดของรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จะนำงบประมาณลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเบิกเงินไปแล้ว แต่ยังคงค้างไม่ได้นำมาใช้รวมแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อเร่งรัดให้มีการนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ลงทุนให้เกิดประโยชน์ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยจะใช้งบประมาณเพียงบางส่วน ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด ถือเป็นหลักการที่ดี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แนวคิดของรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่จะนำงบประมาณลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการเบิกเงินไปแล้ว แต่ยังคงค้างไม่ได้นำมาใช้รวมแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อเร่งรัดให้มีการนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ลงทุนให้เกิดประโยชน์ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยจะใช้งบประมาณเพียงบางส่วน ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด ถือเป็นหลักการที่ดี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เสียงสะท้อนจากผู้บริหาร อปท.ต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายที่ว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณจำนวนมากส่วนนี้คงค้างอยู่ในบัญชีโดยไม่มีการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด หากมีการนำมาใช้ก็จะทำให้เงินสะพัดในท้องถิ่น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น

ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ได้ประสานให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขระเบียบ เพื่อให้ อปท.ต่างๆ นำงบประมาณที่คงค้างอยู่ในส่วนนี้มาใช้ได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญในขณะนี้ นอกจากการแก้ระเบียบให้สามารถนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ได้แล้ว ทุกฝ่ายจะต้องกำหนดถึงรายละเอียด ลงไปถึงขอบเขตของโครงการที่จะดำเนินการ เพื่อให้มีความรัดกุม ป้องกันการรั่วไหล หรือนำงบประมาณไปดำเนินการทำโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน ต่อท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ตามวัตถุประสงค์

ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากมาแล้วหลายโครงการ โดยกระจายเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่นและชุมชนนับแสนล้านบาท อาทิ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจนในการเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน การเพิ่มเงินกู้ให้กับกองทุนหมู่บ้าน กองทุนละ 1 ล้านบาท มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้เม็ดเงินมหาศาลนับแสนล้านบาทตามโครงการต่างๆ เหล่านี้จะกระจายลงสู่ชุมชนจริง แต่สิ่งที่ตามมาคือการร้องเรียนปัญหาการทุจริต เช่น กองทุนหมู่บ้านปล่อยกู้แต่เฉพาะพรรคพวกหรือเครือข่ายของกรรมการกองทุน หรือการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้รับเหมาในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท การกำหนดตัวผู้รับเหมาไว้ล่วงหน้า รวมทั้งการเสนอโครงการที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน บทเรียนจากโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ก็ทำให้เห็นว่าการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ต้องขยายเวลาการเสนอโครงการกันมาแล้วหลายรอบ กระทั่งปัจจุบันผ่านมานานหลายเดือน การเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ก็ยังไม่แล้วเสร็จ

การกำหนดนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องดี แต่รัฐบาลและทุกฝ่ายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องวางสมดุลระหว่างความรัดกุม การตรวจสอบ รวมทั้งการเร่งรัดโครงการทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเสนอโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ การตรวจสอบรายละเอียดโครงการ การอนุมัติ การเบิกจ่ายเงินให้มีความสะดวกรวดเร็ว

นี่คือบทเรียนที่ทุกฝ่ายต้องวางแนวทาง วางกรอบ กำหนดหลักเกณฑ์ป้องกันให้รัดกุม เพื่อมิให้เกิดปัญหาเช่นโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้

ที่สำคัญคือ การกำหนดกระบวนการตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท