
สั่งปรับเกณฑ์ตั้งบิ๊กขรก.
ครม.เห็นชอบ ข้อเสนอ ป.ป.ช.ให้ปรับกลไกการคัดเลือก-แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง สั่งรื้อโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกระดับกระทรวงเน้นคนกลางปลอดการเมืองเข้าร่วม
ครม.เห็นชอบ ข้อเสนอ ป.ป.ช.ให้ปรับกลไกการคัดเลือก-แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง สั่งรื้อโครงสร้างคณะกรรมการคัดเลือกระดับกระทรวงเน้นคนกลางปลอดการเมืองเข้าร่วม
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในการปรับปรุงกลไกการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง เพื่อมีมติให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) รับไปปรับปรุงกลไกดังกล่าวให้องค์กรกลางบริหารงานบุคลากรภาครัฐอื่นนำไปปรับใช้โดยอนุโลมด้วย
“ถือว่าเป็นการปรับปรุงระบบการสรรหาการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับต้นและระดับสูง และประเภทอำนวยการระดับสูงให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ชอบธรรม และได้นักบริหารที่มีคุณธรรม มีสมรรถนะ มีศักยภาพ และมีความรับผิดชอบต่อองค์การและประเทศชาติ และมีระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ยึดสมรรถนะและธรรมาภิบาล” นายศุภชัย กล่าว
การปรับปรุงดังกล่าว เห็นควรให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการคัดเลือกระดับกระทรวงที่มีส่วนมาจาก อ.ก.พ. กระทรวง เป็นมาจากระบบบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเลือก คณะกรรมการสรรหาจะต้องมีลักษณะพิเศษ คือ ยึดประโยชน์ชาติ มีความเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี
สำหรับกระบวนการและวิธีการได้มาซึ่งประธานและกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ประธานก.พ. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าเลือกกันเอง 1 คน ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน 1 คน อธิการบดี เลือกโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 1 คน และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ 1 คน โดยให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิประชุมเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ โดยกรรมการสรรหามีวาระ 3 ปี นับแต่แต่งตั้ง
ทั้งนี้ให้ ก.พ.รวบรวมรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ด้านบริหาร และด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์จากการเสนอชื่อและการรับสมัคร โดยให้แต่ละกระทรวงเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน ด้านละ 5 คน ทุกกระทรวง(ยกเว้นกระทรวงกลาโหม) ก.พ.เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน (ด้านละ 5 คน สมาคมข้าราชการพลเรือนเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน (ด้านละ 5 คน ) และให้สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครจากบุคคลภายนอก
คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมีหน้าที่คัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.พ.ได้ดำเนินการรวบรวมและส่งรายชื่อมาให้พิจารณาเพื่อขึ้นบัญชี ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการคัดเลือก แล้วจัดส่งให้สำนักงานก.พ. เพื่อส่งให้ทุกกระทรวงนำไปพิจารณาคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ด้าน ในคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง โดยให้บัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจัดส่งให้สำนักงาน ก.พ.
สำหรับคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 1 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหาร 1 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ 1 คน หัวหน้าส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่าง 1 คน ผู้แทนข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป (ไม่รวมตำแหน่งประเภทอำนวยการและประเภทบริหาร ) หรือ ประเภททั่วไประดับ ทักษะพิเศษ 1 คน และผู้แทน ก.พ.ในอ.ก.พ. กระทรวง 1 คน
คณะกรรมการคัดเลือกฯ เพื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง มีหน้าที่สรรหาผู้เหมาะสมในอัตราส่วน 2 รายชื่อต่อหนึ่งตำแหน่งว่าง และถ้ามีตำแหน่งว่างมากกว่า 6 ตำแหน่ง ประเภทเดียวกันต้องมีรายชื่อมากกว่าตำแหน่งว่างไม่น้อยกว่า 5 รายชื่อ
กระบวนการและวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนข้าราชการในคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ให้ทุกกรมในแต่ละกระทรวสงดำเนินการเลือกผู้แทนข้าราชการเพื่อให้ได้ผู้แทนข้าราชการกรมละ 1 คน ให้แต่ละกระทรวงจัดให้มีการประชุมผู้แทนข้าราชการของทุกกรมในสังกัดเพื่อให้เลือกกันเองให้เหลือผุ้แทนข้าราชการเพียง 1 คน เพื่อเสนอชื่อให้ อ.ก.พ.กระทรวงแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการในคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนต่อไป และควรจัดทำบัญชีรายชื่อจำนวน 20 รายชื่อขึ้นบัญชีไว้ด้วย
การคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน ในคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงให้ดำเนินการดังนี้1. ให้อ.ก.พ.กระทรวงคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีผู้ทรงคุณวุฒิ และแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ด้าน ๆ ละ 1 คน 2.ประธานกรรมการในคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงใด ต้องเป็นผู้ที่ไม่เคยเป็นข้าราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงนั้น 3. ผู้ทรงคุณวุฒิตามบัญชีรายชื่อแต่ละคนจะเป็นประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ไม่เกิน 2 คน
อนึ่ง คณะกรรมการป.ป.ช. รายงานว่า สาเหตุการร้องเรียนและกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสนั้น เป็นเพราะระบบการสรรหาและคัดเลือกข้าราชการเพื่อดำรงตำแหน่งระดับสูงขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกขาดการถ่วงดุลอำนาจทำให้ดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจได้เข้ามาก้าวก่าย สั่งการ เพือ่ให้ได้ข้าราชการ ที่ตนเองต้องการ จึงต้องปรับปรุงระบบสรรหารและคัดเลือกให้มีความโปร่งใส







