
ซูเปอร์โบว์ลคึกคัก
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
ข่าวหลายสำนักรายงานตรงกันว่า ตรุษจีนปีนี้ค่อนข้างหงอยเหงา ไม่ใช่เฉพาะในจีนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงฮ่องกง สิงคโปร์ และชุมชนชาวจีนในหลายประเทศ เพราะปีนี้เศรษฐกิจซบเซา ทำเอาหลายคนไม่อยากใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ยิ่งในจีนเองยิ่งเงียบกว่าเดิม เพราะมีการห้ามจุดประทัดและดอกไม้ไฟในกรุงปักกิ่ง เพื่อควบคุมมลพิษที่พุ่งสูง
แต่บรรยากาศนี้ถือว่าตรงกันข้ามกับในสหรัฐ ที่เขาเปิดสนามลีวายส์ สเตเดี้ยม รับศึกซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 50 ขึ้นพอดิบพอดี และถือเป็นครั้งที่คึกคักกว่าในหลายๆ ปีที่ผ่านมา สะท้อนได้มุมหนึ่งว่า เศรษฐกิจสหรัฐเองไม่ได้แย่มากอย่างที่หลายฝ่ายกลัว ตรงกันข้าม กลับดีขึ้นกว่าในหลายๆ ที่ด้วยซ้ำ
ในปีนี้ค่าโฆษณาถือว่าสูงสุดทุบสถิติที่เคยมีมา แค่ 30 วินาทีก็ปาเข้าไป 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (เกือบ 180 ล้านบาท) หรือสูงกว่าปีที่แล้ว 11% ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดในสหรัฐเขามองว่า ปีนี้ธุรกิจใหญ่ๆ หลายบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หันมาทุ่มสุดตัวกับโฆษณาในซูเปอร์โบว์ลกันมากขึ้น เพื่อหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศกลับคืนมา หลังจากที่เศรษฐกิจไม่ดีมาหลายปี ทำให้เอกชนเหล่านี้ต้องหันไปพึ่งตลาดต่างประเทศแทน
แต่ภาวะปัจจุบันกำลังหันหัวกลับ โลกแย่แต่สหรัฐค่อยๆ ฟื้น ทำให้เอกชนกล้าทุ่มเงินมาเจาะตลาดในประเทศกันมากขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่าอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจที่อิงการบริโภคในประเทศถึง 2 ใน 3 จึงน่าจะคุ้มค่าที่จะลงทุนเพื่อให้ผ่านตาคนดูซูเปอร์โบว์ลกว่า 100 ล้านคน
ไม่เพียงแต่โฆษณาเท่านั้น ค่าตั๋วเข้าชมโดยรวมก็เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าชนชั้นกลางขึ้นไปพร้อมที่จะจ่ายเข้าไปชมศึกตัดสินที่ซานตา คลารา แม้ว่าโรงแรมหลายแห่งในละแวกจะพร้อมใจกันขึ้นราคาแพงขึ้นมากก็ตาม ซึ่งคาดว่างานในปีนี้จะมีเงินสะพัดคืนเดียวถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.12 แสนล้านบาท) เลยทีเดียวค่ะ







