
ตีกรอบแข่งขัน
หลังบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้บริหารร้านค้าปลีกกลุ่มบิ๊กซีในประเทศไทย ออกมาแจ้งอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ในนามบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ตกลงซื้อหุ้นของกลุ่มคาสิโน ฝรั่งเศส ที่ถือทางตรงและทางอ้อมในบริษัทบิ๊กซีฯ รวมกว่า 58% เป็นเงินเบื้องต้นกว่า 1.22 แสนล้านบาท คาดการซื้อขายหุ้นจะเสร็จสิ้นได้ก่อนสิ้นเดือน มี.ค.นี้
หลังบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้บริหารร้านค้าปลีกกลุ่มบิ๊กซีในประเทศไทย ออกมาแจ้งอย่างเป็นทางการว่า กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ในนามบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ตกลงซื้อหุ้นของกลุ่มคาสิโน ฝรั่งเศส ที่ถือทางตรงและทางอ้อมในบริษัทบิ๊กซีฯ รวมกว่า 58% เป็นเงินเบื้องต้นกว่า 1.22 แสนล้านบาท คาดการซื้อขายหุ้นจะเสร็จสิ้นได้ก่อนสิ้นเดือน มี.ค.นี้
ผลดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่ากลุ่มทุนใหญ่จะเพิ่มความได้เปรียบในการทำธุรกิจมากขึ้นหรือไม่ เมื่อปลาใหญ่หลังกินปลาเล็กจนเกือบหมด ได้ข้ามขั้นไปแข่งระดับต่างประเทศ ด้วยการกินปลายักษ์มากขึ้น โดยกลุ่มเจริญ อย่างที่ทราบกันว่า เป็นทุนใหญ่น้ำเมาสุรา เบียร์ ที่ขยายธุรกิจไปในกลุ่มต่างๆ แบ่งใหญ่ๆ ได้ 5 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มอุตสาหกรรมและการค้า กลุ่มประกันและการเงิน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร
ขณะที่วิธีการขยายกิจการ ส่วนใหญ่จะใช้การเข้าซื้อกิจการ หรือเทกโอเวอร์ เช่นเดียวกับกลุ่มทุนใหญ่ทั่วไป เพราะเป็นวิธีขยายธุรกิจที่เร็วกว่าการไปเริ่มต้นจากนับหนึ่ง ดังนั้นที่ผ่านมากลุ่มเจริญ ที่เริ่มต้นด้วยธุรกิจสุราเบียร์ เมื่อพูดถึงการขยายในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมการค้า กลุ่มเจริญได้ขยายจากกลุ่มสุราเบียร์ ได้ซื้อกิจการเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค จากนั้นข้ามชาติไปซื้อกลุ่มเฟรเซอร์แอนด์นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น ของสิงคโปร์ ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มในอาเซียน
หลังจากมีสินค้าในมือจำนวนมาก กลุ่มเจริญพยายามจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจช่องทางจำหน่าย ที่ผ่านมาได้แข่งเข้าซื้อกิจการคาร์ฟูร์ ของฝรั่งเศส ในเมืองไทย แต่สุดท้ายกลุ่มคาสิโน ฝรั่งเศส ผู้บริหารบิ๊กซีในไทย เป็นผู้ชนะประมูลซื้อ ทำให้บิ๊กซีเข้าควบรวมคาร์ฟูร์ในเมืองไทย ทุกสาขา ทางกลุ่มเจริญจึงเข้ามาทำธุรกิจค้าปลีกไม่ได้ แต่ล่าสุดกลุ่มเจริญได้ซื้อบิ๊กซีในไทยเป็นเงินเบื้องต้นกว่า 1.22 แสนล้านบาท ทำให้กลุ่มเจริญเท่ากับได้ทั้งคาร์ฟูร์และบิ๊กซี สามารถต่อสายธุรกิจได้ครบวงจร ตั้งแต่เป็นผู้ผลิตสินค้า มีร้านค้าสำหรับจำหน่าย
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายฝ่ายเลยกังวลว่าจะเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งที่กลุ่มทุนใหญ่ในประเทศไทย และต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็ขยายธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำเกือบทั้งนั้น ทั้งในแง่ของผู้ผลิตขยายไปทำร้านค้าปลีก หรือทางร้านค้าปลีก ขยายกลับมาผลิตสินค้า หรือนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย
ดังนั้น หากจะให้การแข่งขันของกลุ่มทุนใหญ่สายป่านยาว ได้เปรียบต้นทุนทั้งเงิน ความรู้ในการบริหารจัดการ สายสัมพันธ์ และอื่นๆ ต้องเปิดโอกาสในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการรายกลาง รายย่อย หรือเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการท้องถิ่น โอท็อป สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ ทางหน่วยงานรัฐจะต้องเข้ามาสร้างกรอบในการทำธุรกิจให้รายเล็ก สามารถสู้กับรายใหญ่ได้ หาทางลดการครอบงำในรูปแบบต่างๆ เช่น อาจจะใช้กฎหมาย เช่น พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ร.บ.เทศบาล เพื่อสร้างแต้มต่อให้รายเล็กแข่งกับรายใหญ่ได้
ทั้งนี้ ที่สำคัญต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างให้เห็นผลเป็นรูปธรรมและทันเวลา ซึ่งที่ผ่านมาต่างทราบกันอยู่แล้วว่า พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ออกมาบังคับใช้กว่า 17 ปี เอาผิดผู้ประกอบการรายใหญ่ได้เพียงแค่ 1-2 ราย จากปัญหาการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ส่วนปัญหาค้าปลีกรายใหญ่ มาถึงปัจจุบันนี้ นับว่ายากที่จะควบคุม หลังจากที่ผ่านมาปล่อยให้ขยายไร้การควบคุม หากจะมีกฎหมายที่อาจจะเข้ามาคุมค้าปลีกขนาดใหญ่ทั้งทางตรงหรืออ้อม จะมีการดึงจนไม่สามารถออกมาใช้ได้
มาถึงขั้นแล้ว จึงถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องเร่งวางกรอบในการแข่งขันให้เป็นธรรม ก่อนจะสายเกินแก้







