
ศาลฯสั่งกรมอุทยานจ่ายค่าเสียหาย ปมเผาบ้านกะเหรี่ยง
ศาลปกครองกลางสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าเสียหายปมเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ด้านกรมอุทยานฯ เตรียมอุทธรณ์สู้ต่อ
ศาลปกครองกลางสั่งกรมอุทยานฯ จ่ายค่าเสียหายปมเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ด้านกรมอุทยานฯ เตรียมอุทธรณ์สู้ต่อ
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่สำนักงานศาลปกครอง ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายน่อแอะ หรือ "หน่อแอะ มีมิ" ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในกรณีเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งศาลฯ ได้พิจารณาในกรณีที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า "เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้เผาทำลายบ้านของผู้ฟ้องคดีตามแผนโครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน จับกุมชุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น"
จากการไต่สวน พบว่าพื้นที่นี้อยู่ในป่าลึก และมีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อเปิดป่าดงดิบ ไม่ใช่ที่ดินทำกินในอุทยานฯ ที่มีการจัดสรรให้ทำกิน จึงถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจา ได้มีการจัดล่ามและชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่ร่วมเจรจา รวมทั้งกำหนดเวลาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่ถือเป็นการละเมิด แต่การกระทำของหัวหน้าอุทยานฯ เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมายในกรณีผู้บุกรุกพื้นที่ป่า ไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ การอ้างมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ส.ค 53 ไม่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะมติดังกล่าวจะคุ้มครองเฉพาะชาวกะเหรี่ยงในชุมชนดังเดิม ไม่รวมการบุกรุกแผ้วถางป่าในเขตอุทยานฯ ในลักษณะเปิดป่าใหม่ ไม่ใช่พื้นที่ที่ทางราชการจัดสรรหรือยกเว้นให้
ส่วนการเรียกค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองได้วินิจฉัยและกำหนดให้ผู้ถูกฟ้อง จ่ายค่าสินไหม 5,000 บาท และค่าเครื่องใช้ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดี ภายใน 30 วัน สำหรับคำขออื่น ศาลฯให้ยกฟ้อง
นายธนู เอกโชติ ทนายความของผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ต้องไปหารือกับคณะทำงานว่าจะมีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่ ซึ่งทีมทนายความของสภาทนายความยังเห็นแย้งในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างเรื่องพื้นที่พิพาทที่ศาลปกครองเห็นว่าเป็นพื้นที่บุกรุกใหม่ ซึ่งทีมทนายเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เดิมที่ชาวกะเหรี่ยงอาศัย และนายน่อแอะไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินใหม่ รวมทั้งกรณีค่าเสียหายซึ่งจากเดิมได้ฟ้องจำนวนกว่า 1,000,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเรื่องของวิถีชีวิต ทรัพย์สิน บ้าน และการละเมิดสิทธิของความเป็นคน
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน กล่าวว่า คำพิพากษาที่ออกมาจะเห็นว่านายน่อแอะ มีที่ทำกินที่ชัดเจน การกล่าวหาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นการกล่าวอ้างที่ผู้ฟ้องไม่เคยเห็นพื้นที่จริง ที่ผ่านมาเราถูกกล่าวหา และในวันนี้ทำให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยชอบตามกฎหมาย มีการเจรจา และไม่มีพื้นที่เดิมที่อาศัยในป่า อย่างไรก็ตาม เรื่องค่าสินไหมที่ศาลฯ สั่งให้จ่ายแก่ผู้ฟ้องคดีนั้น ผู้ถูกฟ้องจะขอใช้สิทธิ์ในการอุทธรณ์การจ่ายค่าสินไหมดังกล่าว







