
การแพร่กระจายผลกระทบ ในตลาดทุนระหว่างประเทศ
โดย...ผศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์
โดย...ผศ.ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์
การแพร่กระจายผลกระทบ (Spillover) จากประเทศหนึ่งไปยังประเทศอื่นๆ เป็นปรากฏการณ์สำคัญที่พบเห็นในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วงหลังทศวรรษ 1990s ตามกระแสโลกาภิวัตน์ จะเห็นวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งและลุกลามแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ในกรณีประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น วิกฤตเปโซในปี 1994 วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเริ่มจากประเทศไทยในปี 1997 วิกฤตเศรษฐกิจบราซิลในปี 1999 หรือในกรณีวิกฤตในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น วิกฤตเงินปอนด์ในปี 1992 วิกฤตการเงินโลกในปี 2008 วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปในปี 2010
ลักษณะพื้นฐานของวิกฤตเหล่านี้คือการส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ (Contagion) จากประเทศต้นเหตุของปัญหา ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งปรากฏการณ์แพร่กระจายผลกระทบนี้มักเกิดขึ้นในตลาดการเงิน เช่น ตลาดทุน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นปัญหา Spillover และปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Spillover ในตลาดทุนโลกจะเป็นประเด็นที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้ครับ
จากที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและมีพบการแพร่กระจาย Spillover ในตลาดการเงินโลกอยู่เสมอๆ และผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งก็มีความรุนแรง ดังนั้นแนวโน้มการเกิด Spillover จึงเป็นเรื่องที่นักเศรษฐศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาทั้งในเชิงของการวัดประเมินระดับการเกิด Spillover ในแต่ละช่วงเวลา และปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Spillover โดยผลการศึกษาเบื้องต้นจากงานวิจัยของผมซึ่งคำนวณระดับของการเกิด Spillover ด้วยวิธีการของ Diebold-Yilmaz พบว่า ที่ผ่านมาประเทศในเอเชียทั้งที่พัฒนาแล้ว (ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์) และกำลังพัฒนา (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) มีความเสี่ยงในการรับ (Receive from) การแพร่กระจายผลกระทบในตลาดทุนจากประเทศอื่นๆ มากกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ละตินอเมริกา ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ อังกฤษ และประเทศในสหภาพยุโรป จะมีความเสี่ยงในการรับการแพร่กระจายผลกระทบในระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ
แต่เมื่อพิจารณาการเป็นประเทศที่มีโอกาสส่ง (Give to) ผลกระทบไปยังประเทศอื่นๆ พบว่าส่วนใหญ่จะมาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว (สหรัฐ อังกฤษ และสหภาพยุโรป) ในขณะที่ประเทศในกลุ่มเอเชียแม้ว่าจะมีขนาดของการส่ง Spillover ไปยังประเทศอื่นๆ ที่ต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่มีความสำคัญที่สูงกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ในละตินอเมริกา นอกจากนี้แล้วยังพบว่าช่วงที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก เช่น ทองคำ น้ำมัน อยู่ในระดับสูง จะมีโอกาสที่จะส่งให้เกิดภาวะ Spillover ได้ง่ายกว่าช่วงที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ
ต่อมาเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศที่สำคัญที่มีผลกระทบ ได้แก่ บทบาทของประเทศนั้นในตลาดโลก โดยวัดจากสัดส่วนของมูลค่าการส่งออกของประเทศนั้นในตลาดการค้าโลก ซึ่งปัจจัยนี้มีผลเฉพาะในการส่ง (Give to) Spillover ไปยังประเทศอื่นๆ โดยประเทศที่มีบทบาทสูงในตลาดโลกจะมีแนวโน้มที่จะส่งแพร่กระจายผลกระทบในตลาดทุนไปยังประเทศอื่นๆ ได้มากกว่าประเทศอื่นๆ แต่สัดส่วนของมูลค่าการส่งออกของประเทศนั้นในตลาดโลกไม่ส่งผลต่อการรับผลกระทบจากประเทศอื่นๆ ซึ่งในกรณีนี้ปัจจัยสำคัญที่มีผลคือขนาดการเปิดประเทศของประเทศนั้นๆ ซึ่งวัดจากสัดส่วนของมูลค่าการค้า (ผลรวมของการส่งออกและการนำเข้า) ต่อจีดีพีทั้งหมดของประเทศนั้น โดยประเทศที่มีสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศที่สูง จะมีแนวโน้มที่จะรับความผันผวนจากประเทศอื่นๆ ได้ง่ายกว่าประเทศที่สัดส่วนการค้าระหว่างประเทศที่ต่ำ
ในขณะที่ระดับของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายๆ คนสนใจ และถือว่าเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงของเศรษฐกิจ จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไม่มีความความสัมพันธ์ทั้งต่อระดับการส่งหรือรับ Spillover ของประเทศนั้นๆ ดังนั้นการสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่สูง ไม่ได้มีผลต่อการป้องกันการรับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดโลก
ผลการศึกษานี้เป็นเครื่องเตือนที่ดีเกี่ยวกับโอกาสในการรับผลกระทบจากการแพร่กระจายความผันผวนในตลาดทุนโลก ในกรณีของประเทศไทยที่เป็นประเทศที่มีขนาดการเปิดประเทศในสัดส่วนที่สูง ทำให้มีความเสี่ยงที่ตลาดทุนจะเกิดความผันผวนที่แพร่กระจายจากแรงช็อกในประเทศอื่นๆ ได้ง่าย แม้ว่าไทยจะมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่สูงในปัจจุบันก็ตาม แต่ระดับความเสี่ยงที่วัดจากผลต่างของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในประเทศ และอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินโลก (Libor) จะเป็นสัญญาณที่ดีของการเฝ้าระวังการรับการแพร่กระจายของความผันผวน ส่วนประเทศสำคัญที่ควรจับตาเตรียมการรับมือผลกระทบ ได้แก่ ประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีสัดส่วนของการค้าที่สูงในตลาดโลกครับ
โดยผู้สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการแพร่กระจายผลกระทบ (Spillover) ในตลาดทุนระหว่างประเท สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความโดย Leelahaphan, Prukumpai and Sethapramote, “Determinants of Return and Volatility Spillovers in the International Equity Markets” (in progress) ครับ







