
อียูสั่งจับกุมเรือประมง
บิ๊กฉัตรสั่งหน่วยงานแก้ปมเรือประมง 30-60 ตันกรอส หลังอียูเตือนให้จับกุมหากเอกสารไม่ครบ
บิ๊กฉัตรสั่งหน่วยงานแก้ปมเรือประมง 30-60 ตันกรอส หลังอียูเตือนให้จับกุมหากเอกสารไม่ครบ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการแก้ไขข้อสังเกตของสหภาพยุโรป (อียู) ในเรื่องมาตรการบังคับเรือประมง ภายหลังจากอียูที่ได้เข้ามาติดตามความคืบหน้าแก้ไขใบเหลืองของไทย ต่อการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของไทย ซึ่งไทยจะต้องไปชี้แจงความคืบหน้าอีกรอบในเดือน มี.ค. 2559
ทั้งนี้ ทางอียูได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องการตรวจสอบของไทยต่อศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกของเรือ หรือ PIPO ว่า กรณีเรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป 2,000 ลำ หรือเรือขนาด 30 ตันกรอส ที่พบว่ามีบางลำไม่มีเอกสารมาแสดงครบทั้ง 13 รายการ ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กำหนด และไม่สามารถออกเรือได้ ทางอียูถือว่าเป็นการกระทำผิด ไทยควรต้องมีการจับกุม ในขณะที่ปัจจุบันทางการไทยมีมาตรการบังคับเพียงไม่ให้ออกทำประมงเท่านั้น จึงไม่น่าจะสอดคล้องกับแนวทางที่อียูต้องการ ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการหารือร่วมกับทางอียูอีกครั้ง
นอกจากนี้ จะนำผลการหารือร่วมกับสมาคมประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการประมงแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประมงรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 โดยเฉพาะในเรื่องมาตรา 34 ที่ห้ามเรือเล็กออกหาปลานอกเขต 3 ไมล์ทะเล จนทำให้รายได้ลดลง และกรมประมงจะออกประกาศตาม พ.ร.ก.อีก 90 ฉบับ







