ห้ามมั่วประเมินข้าราชการ
แนะแนวทางการประเมินผลงานข้าราชการ ต้องรับรู้ทั้งสองฝ่าย มีข้อเสนอการปรับปรุงจุดอ่อน
แนะแนวทางการประเมินผลงานข้าราชการ ต้องรับรู้ทั้งสองฝ่าย มีข้อเสนอการปรับปรุงจุดอ่อน
นางจรวยพร ธรณินทร์ อดีตคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (กพค.) เปิดเผยว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการประเมินผลงานข้าราชการจะต้องมีความระมัดระวัง และมีหลักประกันความเป็นธรรมให้กับข้าราชการด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามกระบวนการกฎหมายปกติได้ ฉะนั้นต้องมีความมั่นใจเกิน 80% ขึ้นไป เกณฑ์การประเมินควรมี 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.การใช้อำนาจแขวนข้าราชการพัวพันการทุจริตให้ออกจากตำแหน่งจนกว่าการสืบสวนจะแล้วเสร็จ มาตรการนี้จะทำให้ประชาชนพอใจและกระตุ้นให้ข้าราชการระมัดระวังการทำงานมากขึ้น
2.การประเมินผลงานข้าราชการระดับสูงจะกระตุ้นให้เกิดความขยันกระตือรือร้นทำงานมากขึ้น และการใช้งบประมาณไม่รั่วไหล แต่การประเมินต้องมีเครื่องมือที่น่าเชื่อถือมากที่สุด เพื่อให้ข้าราชการเชื่อมั่น โดยควรให้น้ำหนักดัชนีภายนอกในระดับ 10-20% ดัชนีภายในระดับ 80-90%
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายประเมินและผู้ถูกประเมินจะต้องรับรู้ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แอบประเมินฝ่ายเดียวลับๆ แต่ต้องโปร่งใส เกิดการยอมรับทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่จ้องจับผิด อาทิ การประเมินผลงานประจำปีต้องแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนจุดแข็งผู้ถูกประเมิน ถ้ามีจุดอ่อนต้องแนะนำให้ปรับปรุง หรือจุดแข็งมีอะไรบ้าง วิธีนี้จะสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า จะมีการแถลงแบบฟอร์มการประเมินคนและผลงานข้าราชการภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ โดย ก.พ.และ ก.พ.ร. จะทำงานร่วมกัน ส่วนการให้คะแนนผลงานข้าราชการระดับ 9-11 จะขึ้นตรงกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก่อนจะส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่ง
สำหรับแนวทางจะประเมินประสิทธิภาพตัวข้าราชการและประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยจะใช้ตัวชี้วัดแบบ 360 องศา ทั้งตัวชี้วัดภายนอก เช่น องค์กรต่างประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ส่วนดัชนีจากภายในจะให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานเป็นผู้ประเมิน
นอกจากนี้ ข้าราชการต่ำกว่าระดับ 8 ลงไป ปลัดกระทรวงและอธิบดีเป็นผู้ประเมิน โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินผลงานผู้บังคับบัญชาได้ เพื่อนร่วมงานประเมินเพื่อนร่วมงานด้วยกันได้ เพื่อสะท้อนความรู้ความสามารถการทำงานในตำแหน่งให้เป็นจริงและใกล้เคียงที่สุด
นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการทำหน้าที่ประเมินผู้ว่าราชการจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด กล่าวว่า จะใช้แบบฟอร์มการให้คะแนน 5 ระดับ จากน้อยที่สุดจนถึงมากที่สุด โดยจะยึดเกณฑ์ 4 เรื่องสำคัญ คือ 1.ผลงาน 2.ความพึงพอใจของประชาชน 3.ความร่วมมือส่วนราชการ และ 4.การเป็นผู้นำของผู้ว่าฯ ซึ่งจะเน้นการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่จริง การสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล







