
ชาวพุทธต้องตระหนัก
ข่าวคราวของคณะสงฆ์ในช่วงที่ผ่านมามีมากมายหลายเรื่อง แต่ละเรื่องล้วนสร้างความปริวิตก ให้ผู้เกี่ยวข้องมาก
โดย...ส.คลองเตย
ข่าวคราวของคณะสงฆ์ในช่วงที่ผ่านมามีมากมายหลายเรื่อง แต่ละเรื่องล้วนสร้างความปริวิตก ให้ผู้เกี่ยวข้องมาก เช่น พระเป็นผู้นำเดินขบวนประท้วงเพื่อขับไล่รัฐบาล พระขับรถประสบอุบัติเหตุ พระติดยาเสพติด พระเข้าโรงแรมกับผู้หญิง ผู้หญิงแต่งกายคล้ายพระบิณฑบาต พระผู้ใหญ่ฆ่าตัวตาย และอื่นๆอีกมากมาย
ไม่นับรวมข่าวรัฐบาลขอใช้เวลาตรวจสอบและชะลอการเสนอชื่อพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชตามที่มหาเถรสมาคมเสนอมา ซึ่งพระและคนจำนวนมากเชื่อว่าเพราะกลุ่มก้อนที่เคยประท้วงขับไล่รัฐบาลที่แล้วมีอิทธิพลต่อรัฐบาลนี้
ความเชื่อดังกล่าวข้างต้นจริงๆ แล้ว คือการสรุปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างกรรม ต่างวาระ หามีหลักวิทยาศาสตร์หรือพุทธศาสตร์ใดๆ มาสนับสนุน
ชาวพุทธจึงควรน่าจะไตร่ตรอง และลองอดทนติดตามผลมากกว่าวิธีการอื่นใด
แต่ที่ไม่ควรอดทนรอแม้แต่วินาทีเดียว คือ การรีบเร่งในการส่งเสริมให้คนได้เข้าไปมีส่วนในการแก้ไขปัญหาที่คณะสงฆ์เผชิญอยู่ ทั้งที่กล่าวแล้วถึงปรากฏการณ์ต่างๆ ของพระ และที่สำคัญ คือ เรื่องชาวพุทธโดยทั่วไป ห่างเหินพระ ทั้งการทำนุบำรุงพระสงฆ์ด้วยการทำบุญใส่บาตรหรือด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ปฏิบัติธรรม รักษาศีล 5 สนับสนุนส่งเสริมให้ญาติมิตร หรือคนในชุมชนได้บวชเรียนให้มากขึ้น นานขึ้น แทนการบวชเพียง 7 วัน 15 วัน อย่างที่นิยมกันอยู่ในเวลานี้ จนทำให้พุทธบุตรที่เข้มแข็งลดน้อยถอยลงทุกทีๆ เป็นโอกาสให้ผู้มีวัตถุประสงค์ไม่ดีสามารถเข้าไปบวชและทำชั่วในขณะครองสมณเพศได้อย่างที่เป็นอยู่
การจะส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นใดมีความเข้มแข็ง คือ การสร้างสังคมที่สงบสุขและเข้มแข็งด้วยนั่นเอง ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชพยายามดำเนินการอยู่ คือ การรณรงค์ให้ครอบครัว ชุมชน ตำบล หมู่บ้าน รักษาศีล 5 รวมทั้งโรงเรียน หน่วยงานรักษาศีล 5 ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาและหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มแข็ง แต่ในทางการสนับสนุนจากผู้นำรัฐบาล หรือ คสช.แล้ว ยังถือว่ามีการพูดถึงน้อยมาก หรือแทบจะไม่พูดเลย ท่านที่ชมรายการคืนความสุขให้แก่ประชาชนทุกเย็นวันศุกร์ อาจพอยืนยันได้
หรือว่าผู้นำประเทศไม่เชื่อว่า “ ศีล 5 เป็นหลักประกันสังคมได้เป็นอย่างดี หากหมู่บ้านใดนำไปปฏิบัติได้จะเกิดความสงบสุข และจะส่งผลให้ประเทศเกิดความสงบสุข ไม่ต้องทุกข์ เดือดร้อน”
ทั้งเรื่องความโดดเดี่ยวแห่งผู้นำศาสนาในการขับเคลื่อนงานรณรงค์ส่งเสริมให้พุทธมามกะรักษาศีล 5
ทั้งเรื่องความคิดคำนึงของคณะสงฆ์และพุทธมามกะ จำนวนมากถึงสิ่งแอบแฝงอยู่เบื้องหลังการตรวจสอบ เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่
ทั้งเรื่องเค้าลางแห่งการเสื่อมสลายของสังคมอย่างกรณีลูกเทพ ที่นักวิเคราะห์ตะวันตกระบุว่า เกิดจากความสิ้นหวังด้านเศรษฐกิจ หรือกรณีพระกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏตามสื่อสารมวลชน ทั้งหลายทั้งปวง จึงถึงเวลาอันควรที่ชาวพุทธต้องตระหนักและช่วยกันรักษาสังคมของเราให้เป็นสังคมที่สงบสุข ด้วยการอาศัยพระพุทธศาสนาหรือคำสอนแห่งศาสนาอื่นๆ ให้เป็นกรอบแห่งพฤติกรรมของคนหมู่มากให้ได้ อย่าฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลเพียงอย่างเดียวในการจะจัดการศึกษาให้ลูกหลานเป็นผู้มีวินัย มีจริยธรรม หรือมีศีลธรรม...
ต้องลุกขึ้นต่อสู้ในการนำพาคนในครอบครัว ในชุมชน ในหมู่บ้านให้ใกล้ชิดพระสงฆ์ ได้ฝึกจิต ฝึกตนในการรักษาศีล ปฏิบัติธรรมและรักษาจิตใจให้แน่วแน่ต่อหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็น อกาลิโก
ที่สำคัญต้องหนักแน่น มั่นใจ ศรัทธาในความดีงามแห่งพระพุทธศาสนา ไม่ให้ข่าวคาว ข่าวไม่เป็นมงคลเกี่ยวกับส่วนน้อยแห่งพระสงฆ์ที่ปรากฏในสื่อ ทำลายความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ว่าจะช่วยให้ครอบครัว ให้สังคมอยู่รอด
เพราะมิเช่นนั้น เราๆ ท่านๆ จะกลายเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในสังคมอย่างกาฝาก ที่เกาะอาศัยกินอาหารของต้นไม้ จนต้นไม้นั้นตาย
เพราะหากไม่รีบเร่งรณรงค์ให้คนในครอบครัวมีศีลธรรมแล้ว ประเทศชาติก็คงล่มสลายในไม่ช้า







