
ความเปลี่ยนแปลงของหัวใจ
เตียงคนไข้ถูกเข็นผ่านหน้าไปด้วยความเร่งรีบ...ปลายทางคือห้อง ICU
โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์
เตียงคนไข้ถูกเข็นผ่านหน้าไปด้วยความเร่งรีบ...ปลายทางคือห้อง ICU
น้องที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัดตั้งแต่เช้า แววตาแดงก่ำ ด้วยไม่รู้ผลการผ่าตัดใหญ่ของชายวัย 72 จะปลอดภัยหรือไม่
ในฐานะลูกชายคนโต เขารู้สึกผิดที่ตัวเองไม่เคยให้คำแนะนำพ่อแม่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี
เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น แม้รูปลักษณ์หน้าตาจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย หากไม่จงใจเพ่งมองกันอย่างจริงๆ จังๆ ในบางคราว การเปลี่ยนไปของคนที่เรารัก ก็เป็นเพียงความคุ้นเคยเหมือนเช่นทุกๆ ครั้ง
การแบกตัวเองไปนอนโรงพยาบาล ย่อมมีเวลาให้ใคร่ครวญและทบทวนตัวเอง ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจความจริงบางอย่าง
ตลอดชีวิตพ่อ ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย จนถึงขั้นต้องนอนพักรักษาตัว
บรรดาลูกๆ เห็นพ่อเป็นชายอารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แน่นอนว่า สภาพของร่างกายย่อมชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลพอจะทำให้พ่อฉุกคิดว่า นี่คือการมาเยือนของความโรยรา
ภายหลังต้องนอนโรงพยาบาลอยู่หลายวัน เขาเพิ่งมารู้ความจริงว่า ก่อนนี้ชายผ่านวัยเกษียณมากว่า 10 ปี ต้องหยุดพักระหว่างทำงานตามวิถีปกติอยู่หลายครั้งในรอบปี
แต่พ่อก็ไม่ได้นำมาเป็นตัวบ่งชี้ว่า ตัวเองได้เดินเข้าสู่วัยชราอย่างเต็มตัวมาพักใหญ่แล้ว
เป็นใครก็มักเชื่อมั่นถึงความแข็งแรงของตัวเองเสมอ
ด้วยความเชื่อนั้น ทำให้พ่อตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาหมอ ตามคำคะยั้นคะยอของแม่ หลังมีอาการแน่นหน้าอกผิดปกติ และยอมให้เจ้าหน้าที่กดโทรศัพท์บอกลูกๆ เพราะคงรู้ว่าเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ
...“พ่อคุณถูกส่งตัวฉุกเฉินไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่” เสียงปลายสายแจ้ง ขณะรถฉุกเฉินกำลังเข้าจอด ณ จุดหมายปลายทาง
ช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดว่า พ่อซึ่งอยู่ในอาการซีดเซียว ได้กลายเป็น “ผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับครอบครัวที่เคยผ่านประสบการณ์นี้ อาจพอเข้าใจว่า โรคหัวใจนั้นมีหลายลักษณะ ในกรณีหนักสุด คือหัวใจล้มเหลวแบบปัจจุบันทันด่วน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ระหว่างนอนรักษาอาการอยู่ในห้อง CCU ดูจากสภาพภายนอก พ่อเหมือนคนปกติ แค่ต้องให้ยาสลายลิ่มเลือด และคอยตรวจวัดระดับอาการอื่นๆ เพื่อรอคิวฉีดสี ดูลักษณะการตีบของเส้นเลือด
ขณะนอนรออยู่ร่วมสัปดาห์ เทียบเคียงอาการกับคนไขอื่นๆ ห้องเดียวกันแล้ว พ่อคิดว่าคงตีบแค่ 1-2 เส้น เลวร้ายสุดก็น่าจะทำบอลลูน และได้กลับบ้านในไม่ช้า
แต่แล้วก็ผิดคาด ผลการฉีดสีพบอาการตีบทั้ง 3 เส้น และไม่สามารถขยายหลอดเลือดด้วยการทำบอลลูนได้ เนื่องจากเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง อีกทั้งเส้นเลือดยังเปราะบางอีกด้วย
เขาฟังคำอธิบายจบ เห็นใบหน้าพ่อถอดสี นั่นเพราะต้องผ่าตัดใหญ่ทำบายพาสสถานเดียว
คุณหมอศัลยกรรมหัวใจ อธิบายขั้นตอนการผ่าตัดอย่างละเอียดอีกรอบ บอกถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและระยะเวลาที่ต้องรอคิวผ่า
คนไม่ล่วงรู้อาการมาก่อนอย่างพ่อ รู้ตัวทันทีว่า นี่คือการนับถอยหลังเข้าสู่วิกฤตชีวิตครั้งใหญ่ เพียงแค่หมอให้กลับบ้านไปกินยาและรอการนัดหมายอยู่กับบ้านก่อนเท่านั้น
พ่อต้องกินยาตรงตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่อาหารแต่ละมื้อ ต้องงดหวาน มัน เค็ม และรสจัด พร้อมข้อห้ามอีกนานัปการ
ในช่วงกว่าเดือนเศษ ทุกคนในบ้านและญาติๆ ต้องคอยให้กำลังใจ ควบคู่การเข้มงวดกิจกรรมประจำวัน ต้องทำให้พ่อยอมรับว่า สภาพร่างกายปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ทั้งต่อคนอธิบาย และการปรับตัวของพ่อ
ก่อนใกล้ถึงวันนัดผ่าตัดไม่นาน พ่อโทรแจ้งความประสงค์กับเขาว่า หากผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โดยไม่ต้องเจอมีดหมอ จะขอบวชเพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบสักพัก
เขารู้ว่าพ่อกำลังทำลายความกลัว และปลอบประโลมกำลังใจตัวเอง
และแล้วช่วงเวลาแห่งความเครียดก็ผ่านไป เขาเพิ่งรู้ว่าการผ่าตัดไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังแพทย์ไทย ที่ยากกว่าคือระยะการฟื้นฟูในห้อง ICU
เครื่องยนต์ยิ่งเก่าเท่าไร ทุกปัจจัยยิ่งมีโอกาสแทรกซ้อน แปรปรวนต่อผู้ป่วยได้ตลอด
เขาโชคดีที่ทีมแพทย์และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์หาดใหญ่ ช่วยให้นาทีความเสี่ยงสูงสุดของพ่อผ่านไปด้วยดี...รอแค่ออกไปพักฟื้นที่บ้านเท่านั้น







