posttoday
K-Culture : บันทึก รักชาติจากบรรพชน

K-Culture : บันทึก รักชาติจากบรรพชน

07 กุมภาพันธ์ 2559

ท่านทวด “คิมกู” ในวัยหนุ่ม จากลูกชาวนามาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชและอธิปไตยของเกาหลี

โดย...ดร. เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

ท่านทวด “คิมกู” ในวัยหนุ่ม จากลูกชาวนามาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชและอธิปไตยของเกาหลีหลังจากที่ถูกยึดครองจากญี่ปุ่นเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ชีวิตพลิกผันในสภาวะที่ถูกบีบคั้นจากการปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นทำให้ต้องถูกจองจำในคุกตั้งแต่หนุ่ม ชีวิตของท่านทวดโชกโชนมาก ทั้งเป็นครูสอนนักโทษในคุก แหกคุก หนีไปบวชเป็นพระ และตั้งโรงเรียนสอนเด็กยากจนหลายแห่ง เป็นโรบินฮู้ดปล้นคนรวยเอาเงินไปแจกคนจน สุดท้ายได้หนีไปจีนเพื่อเข้าร่วมกับรัฐบาลพลัดถิ่นในเซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง เพื่อทำงานใต้ดินร่วมกับ “องค์กรเพื่อการปลดปล่อยเกาหลี” ครั้นเมื่อเกาหลีได้รับเอกราชก็เป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนแรก แต่กลับพ่ายคะแนนเสียงให้กับประธานาธิบดี “อีซึงมาน”

ท่านถูกลอบสังหารจนถึงแก่ชีวิตในวัย 72 โดยทหารเกาหลีคนหนึ่งที่อ้างว่าทำไปเพราะท่านเป็นสายลับของโซเวียต ทว่า ความจริงปรากฏภายหลังเมื่อบันทึกคำให้การของทหารผู้นั้นที่ถูกเก็บงำอย่างมิดชิดมา 43 ปี ได้ถูกเปิดเผย “เขาได้รับคำสั่งให้สังหารจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในคณะทำงานของประธานาธิบดี อีซึงมาน”... แม้ว่า ท่านทวดจะถึงแก่กรรมไปนานแล้ว แต่ท่านได้กลับมาเป็นวีรบุรุษในหัวใจของชาวเกาหลีจำนวนมาก และสิ่งหนึ่งที่ท่านได้ทิ้งไว้ คือ บันทึกที่เขียนด้วยตนเองมาเป็นเวลานาน บันทึกนี้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์ช่วงที่เกาหลีถูกทำลายอัตลักษณ์ ทั้งถูกยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 1,245 และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทั้งในภาษาเกาหลีและภาษาต่างประเทศอีกหลายสิบครั้ง...

K-Culture : บันทึก รักชาติจากบรรพชน ท่านทวดคิมกู

 

ตอนหนึ่งใน “บันทึกรักชาติ” ของท่านทวดคิมกู ได้พูดถึงความปรารถนาไว้ว่า... “ข้าพเจ้าต้องการให้ประเทศของเราสวยงามที่สุดในโลก คำว่าสวยงามนั้น มิได้หมายถึงการเป็นมหาอำนาจเพราะข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บปวดกับการถูกรุกรานจากประเทศอื่นจึงมิได้ต้องการให้ประเทศของเราไปรุกรานใคร สิ่งจำเป็นสำหรับประเทศของเรา คือ ความมั่งคั่งที่จะทำให้ชีวิตของพวกเราไม่ขาดแคลนและความแข็งแกร่งที่จะทำให้เราสามารถปกป้องตนเองจากการรุกรานจากประเทศอื่นได้ ...สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าปรารถนา คือ พลังอำนาจที่ไม่มีที่สิ้นสุดของวัฒนธรรมอันมีค่าสูงส่งของเรา...เพราะพลังแห่งวัฒนธรรมนั้นจะทำให้พวกเราทุกคนมีความสุขและจะสามารถส่งต่อความสุขนั้นให้แก่ผู้อื่นได้”

สืบเนื่องจากฉบับวันอาทิตย์ที่แล้ว (กรุณาหาอ่านย้อนหลัง) ในปี  1994 ได้เกิด “Jurassic Park Shock !!” ขึ้นภายในห้องประชุมประธานาธิบดีเกาหลีภายใต้หลังคาสีน้ำเงิน ทุกคนอึ้งเพราะการนำ “รายได้ของภาพยนตร์บนจอเงินมาเทียบกับรถยนต์ฮุนได” อันเป็นความภูมิใจของชาติในขณะนั้นมันช่างโหดร้ายสิ้นดี... ทว่า เป็นความโหดร้ายของจริงที่ต้องยอมรับ จึงทำให้เกิดข้อสรุปว่า “วัฒนธรรมจะกลายเป็นสินค้าส่งออก” ประเภทหนึ่งของเกาหลี ...

ดังนั้น (รวดเร็วสไตล์เกาหลี) ในทันที กระทรวงวัฒนธรรมได้ตั้ง “คณะทำงานเพื่ออุตสาหกรรมด้านวัฒนธรรม” และหน่วยงานวิจัยของรัฐหลายแห่งได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อศึกษาการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ถูกทาบทามให้เข้าร่วมธุรกิจใหม่ และคงเป็นความโชคดีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในเอเชีย ในปี 1997 ทั้งๆ ที่เป็นเหตุให้นักธุรกิจฆ่าตัวตายมากที่สุด... (อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท