
โปร่งใสเปิดเผย
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้สั่งการ
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้สั่งการให้จากแค่เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งบเกือบ 2 ล้านบาท เพื่อจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า โดยมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นประธานเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปเป็นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ 1.8 ล้านบาท และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรจะต้องเปิดเผยผลสอบ เพื่อให้สาธารณชนทราบว่า เป็นการใช้งบเหมาะสมจริงหรือ
เป็นที่ทราบกันว่า นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับออกอาการในการเป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งครั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพ ด้วยการพูดเปิดประชุมสั้นมาก แล้วรีบขึ้นรถกลับทันที
ผลดังกล่าวทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องตรวจสอบงบที่ใช้จัดประชุมครั้งเดียวถึงกว่า 1.8 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ เช่น ค่าจัดวางผังพื้นที่และตกแต่งสถานที่ 3.65 แสนบาท ค่าจัดเตรียมเต็นท์และองค์ประกอบรองรับส่วนต่างๆ 4.49 แสนบาท ค่าจัดเตรียมห้องและเตรียมอุปกรณ์การประชุม 2.17 แสนบาท ค่าดำเนินการประสานงานและบริหารจัดการโครงการ 2.45 แสนบาท
ขณะที่ค่าของที่ระลึกพิเศษสำหรับมอบให้นายกฯ มูลค่า 3,000 บาท ตามกฎหมายกำหนดเป๊ะ ค่าของที่ระลึกสำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าที่มาร่วมประชุมใช้งบรวม 8 หมื่นบาท
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชี้แจงเบื้องต้นถึงการใช้งบเกือบ 2 ล้านบาทดังกล่าว ว่า การว่าจ้างบริษัท คอมอาร์ต โปรดักชั่น เข้ามาดำเนินการครั้งนี้ เพราะ 1.การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 580 คน ซึ่งมีปลัดของทุกกระทรวง ผู้ติดตามคณะทำงาน สื่อมวลชนจากทุกสำนัก ขณะที่กระทรวงมีพื้นที่รองรับประมาณ 250 คน 2.การจำกัดเนื้อที่รองรับ จำเป็นต้องการเพิ่มที่นั่ง อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องฉายภาพ เครื่องเสียง ไมโครโฟน ให้เพียงพอกับจำนวนผู้ร่วมประชุม และ 3.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ และไม่เชี่ยวชาญในการจัดงาน เช่น สถานที่รองรับ
จะเห็นได้ว่า จากคำชี้แจงเบื้องต้นดังกล่าวดูไม่น่าจะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่า การใช้งบเกือบ 2 ล้านบาทจัดประชุมครั้งนี้ เป็นการใช้งบที่เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจำนวนผู้เข้าประชุมกว่า 580 คน เมื่อหารกับงบ 1.8 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายต่อหัวถึงคนละกว่า 3,000 บาท มีอาหาร 2 มื้อ เช้ากับกลางวัน เมนูเป็นต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ส่วนของที่ระลึกเป็นกระเป๋าผ้าสินค้าพื้นบ้าน ราคาเพียงชิ้นละ 200-300 บาท เท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ งบประมาณส่วนใหญ่รั่วไปทางไหน และหากได้ผลสอบพร้อมเหตุผลแท้จริงมาแล้ว จึงควรเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบอย่างยิ่ง เพื่อรัฐบาลจะได้โปร่งใส







