
สนช.หนุนรธน.ผ่านประชามติ
“พรเพชร” ยัน สนช.อภิปรายหวังดีต้องการให้ รธน.ผ่าน แบไต๋แก้ปมคะแนนประชามติ
“พรเพชร” ยัน สนช.อภิปรายหวังดีต้องการให้ รธน.ผ่าน แบไต๋แก้ปมคะแนนประชามติ
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยถึงการประชุม สนช. เพื่อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า สนช.มีวัตถุประสงค์เพื่ออยากให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้นำไปสู่การทำประชามติตามโรดแมป ดังนั้น ในการประชุมไม่ได้เป็นการตำหนิหรือยกยอ และไม่มีวัตถุประสงค์ล้มรัฐธรรมนูญ แต่อยากทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ และสนับสนุนให้รัฐธรรมนูญออกมาดี ผ่านการทำประชามติ
สำหรับการออกเสียงประชามติ ที่มีปัญหา คือ ระหว่างผู้มีสิทธิหรือผู้มาใช้สิทธิ ต้องเกินกึ่งหนึ่งนั้น จากการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย เห็นว่าเป็นไปได้ที่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้เกิดความชัดเจนเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันหากผลประชามติไม่ผ่าน ก็อาจจะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกครั้งเพื่อหาทางออก
ขณะที่บรรยากาศการพิจารณา การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของ สนช.เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดย สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้ง สส.ที่ใช้บัตรใบเดียว โดยเห็นว่าควรเปลี่ยนเป็นเลือกสองใบ ขณะที่ระบบเลือกไขว้ สว.ระหว่างกลุ่มนั้นไม่เป็นการตอบโจทย์
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. กล่าวว่า สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจากเดิมที่หากมีผู้ทราบการกระทำล้มล้างการปกครอง มีสิทธิยื่นให้อัยการสูงสุด (อสส.) หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 ระบุเพียงแค่ยื่นให้ อสส.เท่านั้น จึงเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิประชาชน
ด้าน นายวิษณุ กล่าวว่า การพูดคุยกับนายพรเพชรนั้นเป็นการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ บางครั้งก็เป็นการโยนหินถามทาง ส่วนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวหลังทำประชามติแล้วนั้น นายกฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ ในเรื่องนี้
“เกณฑ์การออกเสียงประชามติ จะใช้จำนวนเสียงผู้มาใช้สิทธิหรือจะใช้ของผู้มีสิทธินั้น จะต้องหาความชัดเจนกันต่อไป แต่รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า เจตนารมณ์คือใช้จำนวนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ แต่
ก็ยังมีคนบอกว่าไม่มีความชัดเจน และต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ดังนั้น จึงต้องมาหารือกันเพื่อประกอบการตัดสินใจ” นายวิษณุ กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมการทำประชามติ ในวันที่ 10 ก.พ.จะมีการหารือในประเด็นต่างๆ เช่น การกำหนดโทษผู้ขัดขวางการทำประชามติ ซึ่งวิธีกำหนดโทษทำได้ 3 วิธี คือ ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 การออกพระราชกำหนด และพระราชบัญญัติ ซึ่งโทษก็มีได้ ทั้งโทษทางอาญา โทษทางปกครอง โทษทางแพ่ง และการคาดโทษ
วันเดียวกัน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ชี้แจงกับตัวแทนสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ประมาณ 100 คน ว่า สิทธิชุมชนไม่ได้หาย กรธ.เขียนไว้ 6 แห่ง ส่วนสิทธิ 2 แห่ง ในหน้าที่ของรัฐ 4 แห่ง ในแนวนโยบายแห่งรัฐอีก 1 แห่ง ดังนั้นคนที่พูดว่าทิ้งสิทธิชุมชนหายไปไม่จริง ยังอยู่ครบ เพียงแต่ไม่ได้นับว่าชุมชนประเภทไหน







