
สนช.ค้านเลือกตั้งสส.ลงคะแนนบัตรเดียว
สนช.อภิปรายร่างแรกรธน. ค้าน เลือกตั้งสส.บัตรเดียว เลือกไขว้สส. แนะคืนสิทธิชุมชน คุ้มครองศักดิ์ศรีมนุษย์ ประชุมอีกครั้งศุกร์หน้า
สนช.อภิปรายร่างแรกรธน. ค้าน เลือกตั้งสส.บัตรเดียว เลือกไขว้สส. แนะคืนสิทธิชุมชน คุ้มครองศักดิ์ศรีมนุษย์ ประชุมอีกครั้งศุกร์หน้า
ที่รัฐสภา การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระการประชุมคือ การดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อประกอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ มี สนช. ที่ได้มีการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกของ กรธ. ทั้งหมด 22 คน
นางสุรางคนา วายุภาพ สนช.กล่าวว่า ผิดเผินเหมือนเรื่องการรับรองสิทธิจะหายไป แต่หากอ่านในหมวด5 หน้าที่ของรัฐจะเห็นว่าสิทธิไม่ได้หายไปไหน มิหนำซ้ำยังบังคับให้เป็นหน้าที่ของรัฐด้วยซ้ำ ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสิทธินั้นเห็นว่าเป็นเพราะความไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ใช่รัฐซึ่งจะต้องแยกจากกัน ขณะที่เรื่องการปฏิรูปเห็นว่าควรจะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน
นายธานี อ่อนละเอียด สนช.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับกำหนดให้เลือกตั้งสส.บัตรเดียว เพราะการเลือกตั้งเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน หากเลือกใบเดียวจะไม่สามารเลือกตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง เหมือนจะกินกระเพราะ แต่แถมแกงเขียวหวานเนื้อ แต่ตนไม่กินเนื้อ อย่างนี้จะทำอย่างไร นอกจากนี้ เห็นควรให้ตัด บทเฉพาะกาล มาตรา 267 ที่กำหนดให้มีการปฏิรูปตำรวจออกไปและ ไปบัญญัติใส่ไว้ร่างมาตรา 269 เหมือนกับการปฏิรูปในเรื่องอื่นๆ
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. กล่าวว่า ไม่พบเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่จะทำให้เกิดการปฏิรูป ซึ่งเห็นอย่าคิดเพียงแต่จะทำให้รัฐธรรมนูญสั้นเท่านั้น อย่างไรกตาม นอกจากนี้ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญจากเดิมที่หากมีผู้ทราบการกระทำล้มล้างปกครองฯมีสิทธิยื่นให้อัยการสูงสุด (อสส.) หรือ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 46 ระบุเพียงแค่ยื่นให้อสส.เท่านั้น จึงเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิประชาชน และควรสิทธิให้สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
นอกจากนี้ เห็นว่า การเลือกตั้งที่ใช้แบบบัตรเดียวทั้งพรรค ทั้งคนนั้น เห็นว่าสองบัตรจะตอบสนองความต้องการของประชาชนมากกว่า อีกทั้งเดิมรัฐธรรมนูญ 50 ระบุยุบพรรคและตัดสิทธิกก.บห.หากรู้เห็นเป็นใจการทุจริตเลือกตั้ง แต่คนยังไม่กลัว ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีเลือกการยุบพรรคตัดสิทธิแล้วการซื้อเสียงจะดีขึ้นอย่างไร นอกจากนี้ ที่มาสว.เลือกไขว้ก็ไม่ตอบโจทย์เป็นเพียงแค่วิธีการใหม่ เห็นว่าการสรรหาดีกว่าแม้ที่ผ่านมาจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแต่มีข้อดีมากกว่า และสว.เลือกตั้งไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้
ด้าน น.พ. เจตน์ ศิรธรานนท์ อภิปรายว่า การเลือกตั้ง สส. ที่ กรธ. กำหนดให้เลือกบัตรใบเดียว จะมีการทุ่มซื้อเสียงอย่างมโหฬาร อีกทั้ง เป็นการบีบบังคับให้ประชาชน เลือกคนและพรรคการเมืองไปในคราวเดียวกันเป็นการขัดกับหลักการพื้นฐานในการเลือกของประชาชน ส่วน สว. ที่มีการเลือกกลุ่มอาชีพ โดยดำเนินการเลือกไขว้กลุ่มกันนั้น เห็นว่า มีความยุ่งยาก และไม่สามารถขจัดปัญหาการบล็อกโหวตได้ รวมทั้งจะได้ สว. ที่ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนั้น จึงควรให้มีระบบสรรหา โดยเพิ่มคุณสมบัติของ สว. และเพิ่มคณะกรรมการสรรหาที่เป็นบุคคลที่ยอมรับต่อสังคม เพื่อให้ สว. ที่เหมาะสมกับการทำหน้าที่มากขึ้น
ส่วนนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. แสดงความเห็นว่า ในร่างแรกนั้น ไม่ปรากฏการบัญญัติในเรื่องของ การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ในบททั่วไป เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2540และ 2550 ดังนั้น จึงขอให้ทาง กรธ. นำเนื้อหาเหล่านี้กลับไปใส่ดังเดิม รวมทั้ง กำหนดให้คืนเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิชุมชนกลับมา เนื่องจากเห็นว่า หากตัดสิทธิดังกล่าว โดยโอนไปเป็นหน้าที่ของรัฐ จะให้ชุมชนขาดความเข้มแข็งในการดำเนินงานเพื่อชุมชนของตนเอง
ส่วนเรื่องของ สว.ที่เลือกตั้งจากกลุ่มอาชีพแบบไขว้นั้น อาจจะมีข้อกังขาได้ ว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน หรือยึดโยงกับฐานการเมืองมากเกินไปนั้น จึงเสนอว่า ขอให้มีกระบวนการสรรหา สว. โดยให้มีคณะกรรมการจากฝ่ายการเมือง 3 คน คือ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และจากฝ่ายตุลาการ 3 คน คือ ประธานศาลฎีกา ประธานปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยทั้งหมดต้องไปดำเนินการทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิ มาเป็นประธานคณะกรรมการสรรหา เพื่อดำเนินการสรรหา สว. ให้ได้จำนวน 2 เท่าของจำนวน ส.ว. ในสภา คือ 400 คน แล้วให้ประชาชนทั้งประเทศ เลือกตั้ง สว. ที่ผ่านการสรรหามาแล้ว ให้เหลือ 200 คน น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาความไม่ยึดโยงกับประชาชนได้
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวภายหลังการอภิปรายของสมาชิกว่า จะรวบรวมความเห็น ข้อเสนอแนะทั้งหมด ไปยังคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะประชุมต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8-11 ก.พ. และสรุปรายละเอียดกลับมาให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาอีกครั้ง ในวันศุกร์ 12 ก.พ. ก่อนส่งไปยังกรธ.ต่อไป.







