posttoday
รธน.ฉบับปราบโกงไม่ปล่อยทุจริตเฟื่องฟูป้องกันประเทศล้ม

รธน.ฉบับปราบโกงไม่ปล่อยทุจริตเฟื่องฟูป้องกันประเทศล้ม

05 กุมภาพันธ์ 2559

"มีชัย"ย้ำหลักการรธน.ปราบโกง เตือนขืนปล่อยทุจริตเฟื่องฟูอีก10ปีประเทศล้มหลังพบยักยอกเงินหลวง 100%

"มีชัย"ย้ำหลักการร่างรธน.ฉบับปราบโกง เตือนขืนปล่อยทุจริตเฟื่องฟูอีก10ปีประเทศล้มหลังพบยักยอกเงินหลวง 100%

ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้จัดเวทีสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนการลงประชามติให้แก่สมาชิกสภาองค์กรชุมชน

นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. บรรยายตอนหนึ่งว่า เป็นครั้งแรกที่เชิญคนรากหญ้ามาคุยกัน เพื่อช่วยเผยแพร่สิ่งที่มีในร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกต้องตามที่เขียนไว้ ไม่ให้คนไปบิดเบือน ส่วนตัวหวังว่าองค์กรชุมชนจะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนได้ เพราะองค์กรทั้งหลายที่ตั้งขึ้นมา องค์กรชุมชนถือว่าจัดตั้งขึ้นโดยคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ถ้าการเมืองเข้ามาแทรกไม่ได้ก็จะเป็นองค์กรเพื่อประชาชน ส่วนประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่พูดถึงกันมาก เช่น ที่มาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีข้อรังเกียจคือถ้าไปเลือกตั้งสว. การเมืองก็จะเข้ามาอีก เพราะยากที่ใครจะไปหาเสียงโดยไม่อิงกับการเมือง ถ้าจะทำวุฒิสภาให้เป็นกลางเราก็ไม่อยากให้การเมืองเข้ามา ไม่เช่นนั้นทั้งวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นอำนาจทางการเมืองเหมือนกัน จึงคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนเดินดินได้เข้ามา จึงให้เลือกกันเองโดยหากลไกไม่ให้ฮั้วกัน

นายมีชัย กล่าวว่า สิ่งที่กรธ.ต้องการให้เกิดขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ

1.เราอยากทำให้สิทธิประชาชนเกิดดอกออกผลต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปต่อสู้ดิ้นรน
2.ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
3.ทำอย่างไรการเมืองจะสุจริตขึ้น ขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบให้หมดไป แม้จะมีอยู่เรื่อยไป แต่ต้องให้คนพวกนี้เหลือน้อยที่สุด

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ประเทศจะล้ม แต่ถ้าขจัดคนพวกนี้ไปได้ประเทศจะเหลือเงินมหาศาล ดังนั้น รัฐธรรมนูญนี้จะเข้มต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และการวางกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้พออยู่กันได้ไม่เอาถึงชนะกันจนไม่มีที่อยู่

"การทุจริตคงไม่หมดไปได้ในชั่ววันชั่วคืนและมันคงต้องมีอยู่เรื่อยไป แต่จะต้องทำให้เหลือน้อยที่สุด จับคนไหนก็เอาออกไป เราจะมีเงินเหลือมหาศาล เพียงแค่รัฐลงทุนปีละ 5 แสนล้านบาท 20%ก็แสนล้านบาท ท่านทั้งหลายอยู่กับพื้นที่ก็รู้ว่าไม่ใช่20%แล้ว มีคนมาเล่าให้ฟังว่ามีถึง 100% เขาบอกว่ากว่าจะไปจากส่วนกลาง เจ้าแม่เอาไปแล้ว 60% จังหวัดเอาไป20% ท้องถิ่นเหลือ 30% ไม่รู้จะทำอย่างไร โครงการร้อยบาทเหลือแค่สามสิบ ท้องถิ่นก็บอกว่าไหนไหนก็ไหนไหนแล้วก็ไปเรียกผู้รับเหมามาว่าแกเอา15% ฉันเอาไป 15% แกไม่ต้องทำแต่เซ็นส่งมอบงานและฉับรับมอบงานก็แล้วกัน ผมถึงได้รู้ว่ามันเป็นได้ถึงขั้นนั้น ดังนั้น อันตรายของการทุจริตมีความรุนแรงมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆผมว่าไม่เกิน10ปีเราล้ม ล้มแบบนึกภาพไม่ออก รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเข้มกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ" นายมีชัย

นายมีชัย กล่าวต่อว่า กลไกการเลือกตั้งใบเดียว แบบระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป็นกลไกที่ทำให้พออยู่กันได้ ถามว่าพรรคกับคนแยกกันได้หรือไม่ ถ้าคนดีไปอยู่พรรคไม่ดี ก็กลายเป็นแกะดำแกะขาวในพรรคนั้น ฉะนั้นพรรคกับคนแยกจึงกันไม่ได้ เราต้องดูทั้งพรรคและคนไปพร้อมกัน และต้องไม่ให้เสียงของประชาชนถูกทิ้งน้ำ ส่วนพรรคอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไปหารือกันแล้วประกาศรายชื่อมา 3 คน เวลาประชาชนไปเลือกจะได้ดูทั้งคนทั้งพรรค อีกทั้งที่ผ่านมาประชาชนต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ครั้งนี้จะได้รู้ข้อมูลทั้งหมดของการเมือง

“จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนบอกจะคนนอกหรือคนในก็ได้ แต่ต้องเป็นคนดีไม่โกง ที่คนชอบมาพูดกรอกหูกันทุกวันวะจะเอาคนนอกมาเป็นนายกฯ เขาหลอก บิดเบือนถึงขั้นโกหกก็มี เพราะจริงๆเขาเป็นคนเอา เพราะพรรคต้องมีมติล่วงหน้า เขาต้องคิดของเขาเอง ดังนั้น เวลาเห็นข้อมูลของพรรคการเมืองบางพวก ช่วยกลับมาดูร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นอย่างไรจะได้ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวต่อว่า การเขียนเรื่องสิทธิของประชาชน กรธ.พิจารณาจากรัฐธรรมนูญ 2540และ2550 เป็นสำคัญแล้วนำมารวมกัน แล้วคิดว่าทำอย่างไรให้สิทธิประชาชนเกิดขึ้นจริงแล้วได้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่ต่อสู้ให้ได้มา กรธ.จึงแยกสิทธิที่เกี่ยวกับตัวบุคคล และสิทธิจำเป็นที่ประชาชนทุกคนควรต้องมี จึงไปเขียนหมวดใหม่ คือหน้าที่ของรัฐ หากรัฐไม่ปฏิบัติจะได้ชื่อว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมีโทษพ้นจากตำแหน่งซึ่งแรงกว่า

ประธานกรธ. กล่าวว่า เรื่องที่บิดเบือนอีกคือ ระบุว่ากรธ.ตัดสิทธิหมดเลย ตนก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านหรือไม่ ในเรื่องของชุมชนเราเขียนไว้ถึง 6 แห่ง ในมาตรา 42 และ 43 เขียนในหน้าที่ของรัฐในการให้ประชาชนมีส่วนร่วม อีกในมาตรา 50,53 และ 54 เราคุ้มครองชุมชน และปัจเจกบุคคลถึงขนาดที่ว่าในการพัฒนาทรัพยากรต้องนึกถึงชุมชนว่าเขาได้ประโยชน์อะไรบ้าง ตัดสิทธิการศึกษาของประชาชนออก 3 ปี ตนก็นึกไม่ออกว่าเขาไปเอามาจากไหน จริงอยู่ว่าในรัฐธรรมนูญ 2550 เขียนว่ารัฐพึงจัดการศึกษา 12 ปี โดยรัฐไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในการศึกษาภาคบังคับรัฐต้องไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่ในการศึกษาอื่นรัฐต้องดำเนินการให้คนไม่มีเงินเรียนได้ ซึ่งต่างกันคือจากเดิมเราให้หมดทั้งเศรษฐีและยาจก ถามว่าเป็นธรรมแล้วหรือที่รัฐจัดให้แบบตามมีตามเกิด

“ความมุ่งหวังของกรธ.ต้องการเฉลี่ยความสุข คนมีแล้วอย่าเอาไปเลย คนไม่มีจะได้ใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้กระทั่งการสาธารณะสุข กรธ.ไม่ได้ตัดสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชน ตนก็นึกไม่ออกว่าคนพูดเป็นศาสตราจารย์ได้อย่างไรอ่านหนังสือไม่ครบ เราเขียนไว้ในหน้าที่รัฐ การเขียนอย่างนี้แปลว่ารัฐต้องจัดหาทั้งหมด” นายมีชัย ระบุ

ประธานกรธ. กล่าวว่า กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจไม่เหมือนปี 2540และ2550 เพราะตอนนั้นปัญหาของประเทศไม่ได้รุนแรงเหมือนที่เผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับสร้างเอาไว้ และเขียนกฎหมายรองรับไว้หมดแล้ว เราเอามาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ด้วย เพียงแต่จัดหมวดหมู่ใหม่ให้หนักแน่น ทั้งนี้ เราหวังการเป็นกัลยาณมิตรในการช่วยกันเสนอแนะ เรื่องใดขาดตกบกพร่องจะนำไปแก้ไขเพิ่มเติม แต่ต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญต้องใช้กับคนทั้งประเทศ จึงต้องเขียนกว้างๆเพื่อไม่ให้จำกัดใคร ส่วนปลีกย่อยจะไปอยู่ในกฎหมายลูก เราไม่ได้นึกถึงว่าต้องผ่านประชามติ เราคิดแค่ให้ประชาชนเข้าใจ และให้เป็นเรื่องของประชาชนตัดสินใจเราไม่ได้ขัดข้องอะไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท