posttoday
พรบ.กองทุนพัฒนาระบบ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ

พรบ.กองทุนพัฒนาระบบ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ

05 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...อิสร์กุล อุณหเกตุ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

โดย...อิสร์กุล อุณหเกตุ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

สถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 หน้าที่สำคัญของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก คือ การเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเพื่อส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก และใช้เงินกองทุนดังกล่าวจ่ายให้แก่ผู้ฝากเงิน ในกรณีที่สถาบันการเงินที่ฝากเงินไว้ประสบปัญหาจนถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม การเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝากนั้นครอบคลุมเฉพาะสถาบันการเงินของเอกชน ซึ่งได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เท่านั้น

สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจึงมีความได้เปรียบบางประการในการแข่งขันกับสถาบันการเงินเอกชน เนื่องจากมีต้นทุนในการระดมเงินฝากจากประชาชนต่ำกว่า

ด้วยเหตุผลดังกล่าวกระทรวงการคลังจึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ..... ขึ้น เพื่อให้อำนาจกระทรวงการคลังในการเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในลักษณะเดียวกันกับที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินเอกชน

คณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับหลักการร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ..... ครั้งแรกเมื่อเดือน เม.ย. 2555 และเตรียมบรรจุเข้าเป็นวาระการพิจารณาในรัฐสภาเมื่อเดือน พ.ย. 2556

อย่างไรก็ตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวตกไปภายหลังการเปลี่ยนรัฐบาล เนื่องจากการรัฐประหารในช่วงกลางปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง ในคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือน ก.ย. 2557 และเริ่มพิจารณาวาระแรกในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อต้นเดือน พ.ย. 2557 และผ่านการพิจารณาครบทั้งสามวาระเมื่อเดือน ม.ค. 2558 ก่อนจะประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา

บทวิเคราะห์ฉบับนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 7 ส่วน ส่วนแรก เป็นบทนำตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น ส่วนที่สอง กล่าวถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ส่วนที่สาม กล่าวถึงภาระทางการคลังที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ส่วนที่สี่ กล่าวถึงสถาบันคุ้มครองเงินฝากและกองทุนคุ้มครองเงินฝาก ส่วนที่ห้า จะสรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติ ส่วนที่หก เป็นการคาดการณ์ผลกระทบของพระราชบัญญัติในประเด็นต่างๆ และส่วนสุดท้าย เป็นบทสรุปและข้อเสนอแนะ

สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialised Financial Institutions : SFIs) เป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินพันธกิจตามนโยบายของรัฐในการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจ รวมทั้งสนับสนุนการลงทุนต่างๆ โดยดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

ปัจจุบันประเทศไทยมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้งสิ้น 8 แห่ง แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เป็นตัวกลางทางการเงิน (Financial intermediaries) ซึ่งให้บริการทางการเงินทั้งด้านเงินฝากและให้สินเชื่อได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

กลุ่มที่สอง คือ สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ไม่ใช่ตัวกลางทางการเงิน (Non-financial intermediaries) ซึ่งทำธุรกรรมด้านการให้สินเชื่อเท่านั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจในกลุ่มหลังนี้ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธนาคาร EXIM) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธนาคาร SME) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)

บทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในระบบการเงินนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะหลัง โดยเงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจในช่วง 7 ปีหลังสุดนั้นเพิ่มขึ้นเกินกว่า 2 เท่า จากประมาณ 1.67 ล้านล้านบาทในปี 2551 เป็นประมาณ 3.76 ล้านล้านบาทในปี 2557 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่าร้อยละ 17 ต่อปี

ขณะที่เงินฝากในธนาคารพาณิชย์นั้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราวร้อยละ 10 ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน

อัตราการเติบโตดังกล่าวทำให้สัดส่วนเงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อเงินฝากในระบบการเงินทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 20 ของมูลค่าเงินฝากทั้งหมดเมื่อปี 2551 เป็นประมาณร้อยละ 25 ของมูลค่าเงินฝากทั้งหมดในปี 2557

บทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการให้สินเชื่อก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 7 ปีหลังสุดนั้น สินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพิ่มขึ้นเกินกว่า 2 เท่า จากประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ในปี 2551 เป็นประมาณ 4 ล้านล้านบาท ในปี 2557 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี

ขณะที่สินเชื่อคงค้างของธนาคารพาณิชย์ เงินฝากในสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 9 ต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน

อัตราการเติบโตดังกล่าว ทำให้สัดส่วนสินเชื่อคงค้างของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อสินเชื่อคงค้างในระบบการเงินทั้งหมดนั้นเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 23 ของมูลค่าสินเชื่อคงค้างทั้งหมดเมื่อปี 2551 เป็นประมาณร้อยละ 32 ของมูลค่าสินเชื่อคงค้างทั้งหมดในปี 2557

ฉบับหน้ามาดูเรื่องข้อมูลด้านการเงินที่น่าสนใจกันต่อ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท