posttoday
แกะรอย...บึ้มราชดำริ สงครามสั่นประสาทคนกรุง

แกะรอย...บึ้มราชดำริ สงครามสั่นประสาทคนกรุง

28 กรกฎาคม 2553

เสียงกัมปนาทของระเบิด เอ็ม 67 บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ เมื่อเย็นวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เปลี่ยนคนกรุงให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวไปทั่วเมือง....

เสียงกัมปนาทของระเบิด เอ็ม 67 บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ เมื่อเย็นวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เปลี่ยนคนกรุงให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวไปทั่วเมือง....

โดย...วิทยา ปะระมะ

เสียงกัมปนาทของระเบิด เอ็ม 67 บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ เมื่อเย็นวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เปลี่ยนคนกรุงให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวไปทั่วเมือง

ไม่ต่างจากคนอเมริกาที่ประสบเหตุการณ์ 9/11 หรือพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหนเมื่อต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน เดินอยู่ในที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งยืนรอรถเมล์ข้างถนน

แกะรอย...บึ้มราชดำริ สงครามสั่นประสาทคนกรุง

หนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุ ทีมพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน มีการประชุมระหว่าง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และทีมสืบสวนเพื่อหารือกรณีที่เกิดขึ้น

เบื้องต้นพบว่า ระเบิดดังกล่าวคือ เอ็ม 67 ที่ดัดแปลงให้จุดชนวนด้วยนาฬิกาแทนที่จะใช้ขว้าง แน่นอนว่าคนที่ทำแบบนี้ได้ต้องเป็นคนที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยมีลักษณะเฉพาะต่างกัน เพราะระเบิดลูกนี้ถูกประกอบขึ้นอย่างละเอียดกว่าระเบิดที่ใช้กันในภาคใต้

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายที่ชัดเจนได้ และต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการทำงานก่อน

อีกทั้งยังไม่สรุปว่าการวางระเบิดครั้งนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใดหรือไม่ จนกว่าจะมีการจับกุมผู้กระทำผิดมาสอบสวนเพื่อหาเหตุแรงจูงใจเสียก่อน

เช่นเดียวกับการรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบพื้นที่ ซึ่งมอบความรับผิดชอบให้ พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 ตรวจสอบเส้นทางเข้าออกหรือเส้นทางผ่านของคนร้าย ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ

ขณะที่หน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ การสอบปากคำพยานและพยานแวดล้อมอยู่ในความรับผิดชอบ ผกก.สน.ลุมพินี
กระนั้นการสืบสวนหาตัวคนก่อเหตุก็ไม่ใช่เรื่องง่าย!

แหล่งข่าวจากทีมสืบสวน ระบุว่า ปัญหาของเจ้าหน้าที่ตอนนี้คือขาดหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ซึ่งไม่มีกล้องตัวใดบันทึกภาพ ณ จุดเกิดเหตุได้เลย

“กล้องที่เก็บภาพได้จะเป็นบริเวณใกล้เคียง ส่วนจุดเกิดเหตุมีกล้องอยู่ตัวหนึ่ง แต่ก็เป็นกล้องที่ใช้งานไม่ได้” แหล่งข่าวเปิดเผย

ตำรวจจึงต้องใช้วิธีตรวจสอบเศษวัสดุที่คาดว่าคนร้ายใช้ห่อหุ้มระเบิดและนำมาต่อกันเพื่อดูว่าเป็นถุงแบบไหน ชนิดใด สีอะไร เพื่อจะได้นำไปเปรียบเทียบหาตัวผู้ต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดอีกครั้ง

แม้ตำรวจจะพูดในลักษณะกลางๆ แต่เหตุเกิดในวันเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 6 กทม. พอดิบพอดี ก็เป็นที่น่าคิดได้ว่ากำลังมีกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งส่งสัญญาณบางอย่างต่ออีกฝ่าย

รวมทั้งตอกย้ำภาพของความขัดแย้งทางการเมืองว่ายังมีอยู่จริง ไม่ได้สงบเรียบร้อยเหมือนที่กำลังพยายามสร้างภาพ

ตราบใดที่ความขัดแย้งยังอยู่ คนกรุงเดินดินก็ยังมีความเสี่ยงจากการก่อเหตุลักษณะนี้เรื่อยไป ต้องใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงไม่รู้จะโดนเข้ากับตัววันไหน

พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ทำได้ระดับนี้ถือว่ามีฝีมืออยู่ในขั้น|ชำนาญ เพราะต้องผ่านการฝึกฝนทั้งในด้านวงจรอิเล็กทรอนิกส์และด้านวัตถุระเบิด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็มีแต่หน่วยงานทหารและตำรวจเท่านั้นที่มีการฝึกสอนในลักษณะนี้

ผู้ที่ตกเป็นเป้าของการสืบสวนจึงต้องเจาะไปที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด!

อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อแนะนำเบื้องต้นในการใช้ชีวิตประจำวันนั้น พ.ต.ท.กำธร ให้ข้อแนะนำแก่ประชาชนว่า ควรจะสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว ทั้งในแง่พฤติกรรมของคนและวัตถุต้องสงสัยต่างๆ

“อย่างคนที่เอาระเบิดไปวาง เขาก็กลัวเหมือนกัน ดังนั้นการเดินการเคลื่อนไหวต่างๆ จะเป็นไปอย่างมีอาการลุกลี้ลุกลนมองซ้ายมองขวา”

ส่วนการสังเกตวัตถุต้องสงสัยนั้น ควรดูที่หีบห่อว่ามีสายไฟโผล่ออกมาหรือไม่ มีเทปพันสายอะไรหรือไม่ และที่สำคัญควรดูว่ามีคราบน้ำมันติดอยู่บนวัตถุนั้นหรือไม่ เพราะระเบิดถ้าวางทิ้งไว้จะมีคราบน้ำมันเกิดขึ้น

ที่สำคัญประชาชนควรทราบว่าระเบิดขว้างเหล่านี้สะเก็ดระเบิดสามารถทะลุกระจกแผ่นพลาสติกแต่ไม่สามารถทะลุคอนกรีต แผ่นเหล็ก รวมทั้งพลาสติกแข็งเหมือนเช่นที่นั่งตามป้ายรถเมล์ต่างๆ

ตอนนี้ก็คงทราบแล้วว่าเมื่อต้องอยู่ในที่สาธารณะควรยืนในจุดไหนถึงจะปลอดภัยจากโรคระเบิด และสิ่งเดียวที่จะช่วยให้ประชาชนรอดพ้นจากภัยคุกคามได้ก็คือ ต้องหูตาว่องไว เพราะนาทีนั้นใครก็ช่วยไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท