posttoday
ปลัดยธ.เผยต้องหาเหตุวัยรุ่นก่อคดีโหด ชี้มีพฤติกรรมรุนแรงสุดโต่ง

ปลัดยธ.เผยต้องหาเหตุวัยรุ่นก่อคดีโหด ชี้มีพฤติกรรมรุนแรงสุดโต่ง

03 กุมภาพันธ์ 2559

ปลัดยุติธรรม ชี้เยาวชนก่อคดีฆาตกรรมที่พัทลุงมีพฤติกรรมรุนแรงสุดโต่ง ต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมปรับแผนฟื้นฟูเด็กทำผิด

ปลัดยุติธรรม ชี้เยาวชนก่อคดีฆาตกรรมที่พัทลุงมีพฤติกรรมรุนแรงสุดโต่ง ต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมปรับแผนฟื้นฟูเด็กทำผิด

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อคดีฆาตกรรมโหดที่พัทลุงนั้น มีหลายมุมที่สังคมต้องมอง โดยส่วนตัวมีข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวมีทั้งกลุ่มเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี และอายุเกิน  18   ปี กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่จะนำมาใช้กับคดีดังกล่าวต้องแยกพฤติการณ์ ของแต่ละบุคคล ในคดีออกจากกัน  สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคดีโหดร้าย การรับโทษทางอาญาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนเด็กหรือเยาวชนที่กระทำควาผิด ก็จะมีกระบวนการยุติธรรมทางอาญา สำหรับเด็กและเยาวชน มารองรับ ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างจากผู้ใหญ่

สำหรับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ของ เด็กและเยาวชน มีการออกแบบให้เยาวชนที่กระทำความผิด ได้รับโทษที่ก่อขึ้นควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ให้กลับไปเป็นอาชญากรอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหลักโดยปกติทั่วไป ไม่อยากให้สังคมมองแบบเหมารวมว่าต้องดำเนินการทางอาญาสูงสุดอย่างเดียว ต้องแยกพฤติการณ์ออกเป็นรายๆไป

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวมีข้อสังเกตว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมที่สุดโต่ง หมายถึงการใช้ความรุนแรงแบบสุดโต่ง วางแผน เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งไม่ค่อยพบบ่อยมาหนักในคดีที่มีเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่ต้องหาคำตอบและสาเหตุให้ได้ว่า เกิดขึ้นเพราะอะไร

"สิ่งที่ผมพูดนั่นไม่ได้หมายความว่า เด็กทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ  บทลงโทษและขั้นตอนทางคดีต้องมีอยู่ แต่อย่าลืมว่ากระบวนการยุติธรรม ไม่สามาถเลือกใช้รายบุคคลได้ ต้องดูองค์ประกอบโดยรวม  สิ่งที่สังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงไปดูในรายละเอียด คือ ทำไม เด็กหรือเยาวชน เหล่านี้ถูกระทำผิดในลักษณะที่โหดเหี้ยม โหดร้ายแบบนี้  ถ้าเราสาวลึก ลงไปก็จะได้คำตอบ และมาปรับใช้กับงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยของ เด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิด

"ผมว่ากรณีดังกล่าว มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ที่เด็กกลุ่มนี้จะมานั่งคิดวางแผนก่อเหตุ พาคนไปฆ่า ผมว่ามันมีอะไรผิดปกติ คงต้องย้อนไปดูว่า ครอบครัวการใช้ชีวิต ของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างไร เรื่องนี้อาจจะเป็นเคสหรือกรณีศึกษาได้ ส่วนการฟื้นฟูก็ต้องการดำเนินการแบบเฉพาะ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดหรือแสดงความคิดเห็นแบบนี้ อาจจะโดยสังคมด่า หรือตำหนิ  แต่ทุกอย่างต้องมีหลัก หากเรามองย้อนไปในสังคมต้องยอมรับว่า สังคมไทยมีการใช้ความรุนแรงเหมือนกัน”นายชาญเชาวน์ กล่าว

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า  ส่วนประเด็นที่พบว่ามีเยาวชนบางรายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ เคยถูกจับกุมและกลับมากระทำผิดซ้ำต้องกลับไปดูว่า เกิดช่องว่าตรงไหน โปรแกรมการฝึก และฟื้นฟูผิดพลาด ตรงไหน นี้คือสิ่งที่กรมพินิจฯและกระทรวงยุติธรรมต้องกลับมาทบทวน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท