
กระแสต้านลูกเทพ
ตุ๊กตาลูกเทพโดดเด่นไม่แพ้จตุคาม มีการให้ “เช่า” ในรูปแบบและราคาต่างๆ ตามกำลังศรัทธา ตั้งแต่ 399 บาทไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนบาท จะเลือกแบบปลุกเสกแล้วหรือยังไม่มี “องค์” ก็ได้ ทั้งมีการ “รับลูก” ในร้านอาหาร รถทัวร์ แม้กระทั่งสายการบิน
ตุ๊กตาลูกเทพโดดเด่นไม่แพ้จตุคาม มีการให้ “เช่า” ในรูปแบบและราคาต่างๆ ตามกำลังศรัทธา ตั้งแต่ 399 บาทไปจนถึงหลักหมื่นหลักแสนบาท จะเลือกแบบปลุกเสกแล้วหรือยังไม่มี “องค์” ก็ได้ ทั้งมีการ “รับลูก” ในร้านอาหาร รถทัวร์ แม้กระทั่งสายการบิน
แต่ดูเหมือนกระแสต่อต้านจะกว้างขวางกว่ามาก มีการล้อเลียนและดูแคลนแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ จนคนที่เลี้ยงหรือ “บูชา” ลูกเทพต้องรวมตัวให้กำลังใจกันและกัน บางเฟซบุ๊กมีกว่า 4.8 หมื่นคน
จุดเด่นของลูกเทพที่ต่างจากกุมารทองดั้งเดิม คือ นอกจากพาไปไหนมาไหนด้วยโดยเปิดเผยแล้ว ยังมีการให้อาหารและพูดคุยด้วย ขณะที่การห้อยพระ-เครื่องลางมักอยู่ใต้เสื้อ จตุคามแม้เปิดเผยก็ไม่แสดงออกนอกหน้าอย่างลูกเทพ ความโจ่งแจ้งนี้คงเป็นเหตุให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง เพราะไปล้ำเส้นความสบายใจสำหรับหลายๆ คน
เจ้าของอาจสัมพันธ์กับลูกเทพใน 2 ระดับ
l เลี้ยงเป็นเพื่อนเป็นที่พึ่งทางใจ คล้ายกับที่คนเลี้ยงสุนัขแบบทะนุถนอมพกพาไปทุกที่ แม้จะเป็นคุณหนูแต่ก็เป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่ลูกเทพเขาปฏิบัติเหมือนตุ๊กตาเป็นเด็กที่มีชีวิตจริง เป็นเพื่อนแก้เหงาที่ไม่ดื้อ ไม่งอแง ไม่ต้องขับถ่าย จึงถูกมองว่างมงายหรือวิกลจริต?
l เลี้ยงนำโชคลาภ ถือว่าเป็นไสยศาสตร์เต็มตัว แต่คงอยู่ในกลุ่มมนต์ขาวหากไม่หวังทำร้ายใคร ความเชื่อนี้ขับเคลื่อนด้วยความโลภ โดยทั้งสองกรณีเป็นความหลง
ถ้าการมีลูกเทพทำให้เจ้าของขี้เกียจ หรือสุรุ่ยสุร่ายก็เป็นโทษ แต่หากทำให้มีความมั่นใจแล้วขยันขันแข็ง ก็เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ เป็นคุณได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่ใช่แนวทางที่จะสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนหรือความสุขที่แท้จริง เพราะเป็นวัตถุนิยมที่ขัดกับการพัฒนาทางจิตวิญญาณ โดยเฉพาะที่มุ่งสู่ปัญญา
หากมีความเชื่อและพฤติกรรมแบบนี้มากๆ สังคมจะหนักไปทางไม่ใช้เหตุผล ไม่ใฝ่หาข้อเท็จจริง แต่นิยมเชื่อและทำตามกระแสแฟชั่น เป็นสังคมที่ไม่พอเพียง และมีโอกาสแตกแยกสูง ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็จะอ่อนแอ ถูกครอบงำโดยธุรกิจการเมืองได้ง่าย
นับว่าฝ่ายรัฐได้แสดงจุดยืนที่เหมาะสมในหลายส่วน
ตั้งแต่สำนักงานการบินพลเรือนที่ออกข้อกำหนดว่าลูกเทพเป็นได้แค่สัมภาระ ซึ่งต้องตรวจค้นและเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และไม่ให้ใช้ลักลอบของผิดกฎหมาย
จนถึงกรมสุขภาพจิตที่ชี้แจงว่า การเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพไม่ถือว่าผิดปกติทางจิต ส่วนหนึ่งมาจากกระแสสังคมและอีกส่วนจากความเชื่อส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดที่พึ่งทางใจ และได้แนะนำให้ยึดเหนี่ยวศาสนาเป็นที่พึ่งจะดีกว่าเพราะมีที่มาที่ไปชัดเจนและเชื่อถือได้ โดยไม่ได้ระบุศาสนาใด
แม้กระทั่งมหาเถรสมาคมก็ได้สั่งเวียนประกาศ 2 ฉบับทั่วประเทศ จากปี 2495 ห้ามภิกษุสามเณรเรียกเงินค่าเวทมนตร์เเละห้ามทดลองของขลัง และจากปี 2476 ห้ามภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาเเฝด ซึ่งคณะสงฆ์ควรปฏิบัติโดยมุ่งที่เจตนารมณ์เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา
ทั้งนี้ พระสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของสังคม ควรจะให้สติพุทธศาสนิกว่า สิ่งใดควร-ไม่ควรเชื่อด้วยการใช้ปัญญา
กรมสุขภาพจิตบอกว่า “คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อในเรื่องลี้ลับกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม”
ดังนั้น เรื่องของความเชื่อหรือศรัทธาที่เกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธจึงอ่อนไหว และถูกใช้เป็นพุทธพาณิชย์ได้ง่าย ตุ๊กตาลูกเทพอาจเริ่มจากความเชื่อที่ไม่ใช่พุทธ แต่ต่อมามีการให้พระสงฆ์ปลุกเสกกันแพร่หลาย
คาดเดาได้ว่าคนที่มีลูกเทพส่วนใหญ่จะถือว่าตนเป็น “พุทธ” รวมทั้งคนที่เคยนับถือจตุคามรามเทพที่วายไปแล้วด้วย
นอกจากนี้ ยังมีหลายสิ่งที่เรียกกัน “พุทธ” แต่คงไม่ใช่ “พุทธ” โดยแก่นแท้ ไม่ว่าจะเป็นการให้พระสงฆ์เจิมรถ เจิมบ้าน และสำนักงาน ไปจนถึงการ “ซื้อบุญ” ที่แพร่ระบาดมานาน บางวัดก็โดดเด่นเป็นที่นิยมจนมั่งคั่งมหาศาล มีสาขามากมายทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชื่อแต่อยู่ในสังกัดเพราะรับการอุปถัมภ์ค้ำจุน จนกลายเป็นเครือข่ายสำคัญที่ทำให้สุดยอดพุทธพาณิชย์ครอบงำโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ในปัจจุบัน
กระแสลูกเทพเป็นเพียงอาการหนึ่งของศาสนาพุทธที่เสื่อมโทรม อาการนี้ชัดมากจนเกิดกระแสต่อต้าน ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีเพราะสังคมส่วนใหญ่ยังมีสติ น่าจะช่วยกระตุกคนที่ลุ่มหลงและตกอยู่ในความโลภของการบูชา ให้หลุดจากความฉาบฉวย ไม่ว่าจะลูกเทพ จตุคาม หรือความเชื่ออื่นที่แอบอิง “พุทธ” ให้หันเข้าหาเส้นทางแห่งปัญญาและความสุขที่แท้จริง
กระแสต่อต้านลูกเทพนับเป็นโอกาสที่จะปฏิรูปธรรมาภิบาลของพุทธศาสนา รัฐบาลควรเอื้ออำนวยให้คดีความทางศาสนาต่างๆได้ดำเนินไปอย่างถูกทำนองคลองธรรม รวมทั้งการแต่งตั้งภิกษุที่เหมาะสมเป็นพระสังฆราชองค์ต่อไป
พุทธศาสนาในประเทศไทยกำลังอยู่ที่ทางสองแพร่งระหว่างพุทธสมถะกับพุทธพาณิชย์ ไม่ว่ารัฐบาลจะเดินทางไหนก็จะพบกับการตำหนิคัดค้าน แต่ปรากฏการณ์ต่อต้านลูกเทพขณะนี้ควรจะเอื้อให้รัฐบาลเลือกทางที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น เพราะถือเป็นแรงสนับสนุนทางสมถะได้เป็นอย่างดี







