
ครม.เทงบสู้ภัยแล้ง2.2พันล.
ครม.อนุมัติงบ 2,260 ล้าน พัฒนาอาชีพเกษตรกร-ขยายงบสร้างถนน แก้ภัยแล้ง
ครม.อนุมัติงบ 2,260 ล้าน พัฒนาอาชีพเกษตรกร-ขยายงบสร้างถนน แก้ภัยแล้ง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบกลาง 1,814 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อใช้ในโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาภัยแล้งปี 2558/2559 ระยะที่ 2/1 จำนวน 3,135 โครงการ จากที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอขอไป 1,833 ล้านบาท โดยส่วนที่ตัดเป็นงบการบริหารโครงการออกไป โดยจะโอนเงินไปยังท้องถิ่นได้ในวันที่ 4 ก.พ.นี้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า งบก้อนดังกล่าวเป็นงบที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการ โดยใช้งบกลาง 1,659 ล้านบาท มาดูแลพืชใช้น้ำน้อย 27 จังหวัด 152 ล้านบาท 408 โครงการ ด้านการเกษตรอื่นๆ 58 จังหวัด 1,218 ล้านบาท งบกิจกรรมนอกภาคเกษตร 58 จังหวัด 521 ล้านบาท ส่วนงบบริหารโครงการกระทรวงเกษตรฯ 130 ล้านบาท งบบริหารโครงการของกระทรวงมหาดไทย 89 ล้านบาท ให้ใช้งบประมาณจากงบรายจ่ายประจำปี 2559
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติให้กรมทางหลวงชนบทสามารถเพิ่มโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วนปี 2558 ที่มีวงเงินเหลืออยู่ 453 ล้านบาท แต่ ครม.อนุมัติเพียง 451 ล้านบาท ตัดค่าเคออกไป 2 ล้านบาท เน้นการปรับปรุงถนนเชื่อมโยงพื้นที่เกษตรและบำรุงทางในพื้นที่
สำหรับสาเหตุที่กรมทางหลวงชนบทขอเพิ่มวงเงินและแผนงานการก่อสร้าง เนื่องจากในปี 2558 มีถนนทรุด เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองชลประทานแห้ง จึงต้องนำเงินมาดำเนินการใน จ.ปทุมธานี พระนคร ศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี
นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติเงินกู้ปรับโครงสร้างหนี้และดอกเบี้ยขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 1.04 หมื่น ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดเดือน เม.ย. มิ.ย. และ ก.ค. 2559 ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงคลังได้รีไฟแนนซ์ทุก 5-6 ปี แต่ต่อไปรีไฟแนนซ์เพียงแค่ปีเดียว
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบัน ทำให้มีปริมาณน้ำใช้การได้ 20,733 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีความต้องการน้ำในภาพรวม 70,249 ล้าน ลบ.ม. ภาคเกษตรมีความต้องการใช้น้ำ 53,034 ล้าน ลบ.ม. หรือ 75%
ด้าน สถานการณ์ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง 481 แห่ง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 16,649 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 3,434 ล้าน ลบ.ม. หรือ 19%







