
เร่งปฏิรูปการศึกษา
ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล นับเป็นทีมเศรษฐกิจที่ขยันและมีความพยายามที่จะทำทุกทางในการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงไป ท่ามกลางความแปรปรวนของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่ทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้
ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล นับเป็นทีมเศรษฐกิจที่ขยันและมีความพยายามที่จะทำทุกทางในการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงไป ท่ามกลางความแปรปรวนของปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่ทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้
สิ่งที่รัฐบาลยังมีความขัดแย้งในตัวเองในเชิงนโยบาย คือ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องใช้มาตรการระยะสั้นดำเนินการ หรือจะวางโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพในระยะยาว เพราะการแถลงนโยบาย หรือการไปให้คำมั่นสัญญากับนักลงทุน รัฐบาลก็จะกล่าวถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจในด้านต่างๆ แต่ในทางปฏิบัติการปฏิรูปแทบไม่มีความคืบหน้ามากนัก เน้นหนักไปในการหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากราคาสินค้าเกษตร ภัยแล้ง ทำให้รายได้ครัวเรือนเกษตรกรหดตัว และการบริโภคในประเทศลดลง
ในความเป็นจริง รัฐบาลสามารถที่จะทำนโยบายพยุงเศรษฐกิจไปพร้อมกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพราะหากมุ่งกระตุ้นในด้านเดียว ในระยะยาวก็จะลำบากอีกเนื่องจากไทยกำลังถูกสภาวะ New Normal บริบทใหม่ทางเศรษฐกิจที่จะไม่มีการส่งออกด้วยมูลค่าสูงมาเป็นหัวจักรหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนหลายสิบปีที่ผ่านมาแล้ว
และเพราะบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจนี้เอง ที่ทำให้ความพยายามหลายทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมมากนัก เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเร่งส่งออก เพิ่มใช้จ่ายในประเทศ เร่งการลงทุน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนดูเหมือนรัฐบาลไม่มีผลงานเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า แม้ขณะนี้ไทยจะมีระดับเศรษฐกิจอยู่อันดับ 2-3 ของอาเซียน และมีบทบาทหลักในการผลิตระดับภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ แต่ไทยยังมีการนำเข้ามากกว่าการผลิตในประเทศ จึงควรมีการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าที่ผลิตได้ จากปัจจุบันที่มีค่าใช้จ่ายด้านนี้เพียง 0.25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
ไทยควรมีการลงทุนด้านการศึกษาเพิ่มศักยภาพของคนอย่างน้อย 5% ของจีดีพี เพราะไทยตามหลังเพื่อนบ้านที่มีรายได้ระดับสูงในเรื่องการศึกษามาก โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งเงิน เนื่องจากเอสเอ็มอี 99% ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ใน 3 ของจีดีพี ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะตระหนักและปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพราะยิ่งดำเนินการช้าเท่าไหร่ ประเทศไทยก็จะยิ่งล้าหลัง สูญเสียโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะคนไทยไม่สามารถที่จะซึมซับการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้
รัฐบาลควรจะเหลียวมองและให้ความสำคัญกับการวางรากฐานแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย เพราะมีความสำคัญไม่แพ้การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และต้องใช้เวลาในการดำเนินการมากจึงจะเห็นผล







