
ศูนย์เรียนรู้ 'ไฟฟ้า' เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
ธนาคารพาณิชย์อาจจะเป็นธุรกิจที่แปลกกว่าธุรกิจอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะ และมีผู้กำกับดูแลที่เข้มแข็ง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ธนาคารพาณิชย์อาจจะเป็นธุรกิจที่แปลกกว่าธุรกิจอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะ และมีผู้กำกับดูแลที่เข้มแข็งอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ห้ามไม่ให้ธนาคารทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร ฉะนั้นโครงการเพื่อสังคมจึงจะต้องดำเนินการอยู่ภายใต้ร่มเงาของธนาคาร
โครงการเพื่อสังคมของธนาคารมีมากมายหลายรูปแบบ แต่ที่เด่นดีจนถึงขั้นได้รับรางวัลจากต่างประเทศมีไม่มาก รางวัล “บริษัทที่ดูแลชุมชนยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” จากการประกาศผลรางวัลบริษัทและการพัฒนาที่ยั่งยืนยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2558 ที่ธนาคารทหารไทยได้รับมาเมื่อเร็วๆ นี้ สะท้อนผลของความทุ่มเทในด้านซีเอสอาร์ และการพัฒนาชุมชนจนกลายเป็นโครงการที่ได้สร้าง “คน” ให้เป็น “คน”
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการมา 4-5 ปีแล้ว เริ่มมาจากการที่เราต้องการจะคืนอะไรให้กับชุมชนในบริเวณที่ธนาคารมีสาขาบ้าง จึงส่งเจ้าหน้าที่สาขาไปหารือกับเขตว่าพื้นที่บริเวณที่สาขาตั้งอยู่นี้มีชุมชนแออัด มีเยาวชนที่ด้อยโอกาสมากน้อยแค่ไหน ทำการสำรวจและก็มานั่งคิดโครงการว่าเราจะทำอะไรให้กับชุมชนดี
หลังจากการหารือกับทีมซีเอสอาร์แล้วก็เห็นตรงกันว่า ควรจะจัดให้มีศูนย์ของไฟฟ้าใกล้ๆ ชุมชนเป้าหมาย เพื่อให้เยาวชนได้เข้ามารับการฝึกอบรม ประชุมแสดงความคิดเห็นเพื่อจัดทำกิจกรรมเพื่อชุมชนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
วิธีการทำงานหลักของทีเอ็มบีผ่านกิจกรรมไฟฟ้านั้น มุ่งเน้นในการเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม โดยลงทุนในการฝึกอบรมเยาวชนด้านศิลปะและการใช้ชีวิต ตามแนวคิด “Make The Difference” เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจ สามารถพัฒนาตนเอง และนำศักยภาพในตัวเองออกมาใช้เพื่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
อาคารไฟฟ้านี้มีการฝึกอบรมอาชีพให้กับเยาวชนด้วย หากต้องการที่จะประกอบอาชีพอะไรในอนาคตก็ให้รวมกลุ่มกันมา ทางศูนย์ไฟฟ้าก็จะจัดหาวิทยากรมาอบรมให้
ปัจจุบัน ไฟฟ้ามีศูนย์ตั้งอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ประดิพัทธ์ ประชาอุทิศ และถนนจันทน์
บุญทักษ์ กล่าวว่า ธนาคารใช้งบประมาณกับโครงการนี้ปีละ 30-40 ล้านบาท ยังไม่เคยวัดผลว่าเงินที่ใส่ลงไปคืนให้สังคมนั้นได้ผลอย่างไร แต่มีเด็กในชุมชนแออัดที่มีความฝันอยากจะเป็นเชฟ ก็มีการส่งเสริมอบรมจนในที่สุดเขาก็ได้เป็นเชฟในร้านอาหารสมใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารภาคภูมิใจ
“ศูนย์ไฟฟ้า 1 ศูนย์ สามารถดูแลเด็กและเยาวชนได้มากกว่า 100 คน เราสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้เขาเข้ามาใช้บริการในศูนย์ของเรา มีคนดูแลความปลอดภัย ทุกคนมาด้วยความตั้งใจที่จะทำความฝันให้เป็นจริง” ซีอีโอธนาคารทหารไทย กล่าว
โครงการนี้สร้างประโยชน์ได้มากมายกับชุมชนจริงๆ เรื่องนี้ไปถึงหู สตีเฟ่น พิมบลีย์ จากบริษัท สปาร์ค (Spark) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นแนวหน้าของโลก ที่เคยออกแบบคลาร์กคีย์ที่สิงคโปร์ ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโครงการไฟฟ้าที่ประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นศูนย์แห่งแรกของธนาคาร ก็เกิดแรงบันดาลใจที่จะเข้ามาช่วยออกแบบ โดยได้ช่วยกันเปลี่ยนแปลงห้องแถว 2 ห้อง ให้กลายเป็นอาคารแห่งการเรียนรู้ที่มีดีไซน์โดดเด่น ใช้สอยได้ตามวัตถุประสงค์
อาคารแห่งนี้ได้รับรางวัล Iconic Awards 2013, Best in Architecture Category (Public/School) จากสภาการออกแบบเยอรมัน (German Design Council)
“ผมอยากเห็นโครงการไฟฟ้านี้สร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้สังคม ทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหล่านี้เป็นดัชนีวัดความสำเร็จของธนาคารที่ได้คืนให้กับสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่เราภาคภูมิใจ” บุญทักษ์ กล่าว







