posttoday
บรรเจิดติงกรธ.ร่างรธน.ด้านเสรีภาพล้าหลังกว่าฉบับอื่น

บรรเจิดติงกรธ.ร่างรธน.ด้านเสรีภาพล้าหลังกว่าฉบับอื่น

30 มกราคม 2559

“บรรเจิด”คณบดีคณะนิติศาสตร์(นิด้า) ติงกรธ.ร่างรัฐธรรมนูญด้านเสรีภาพประชาชนล้าหลังกว่ารธน.ปี2540/2550

“บรรเจิด”คณบดีคณะนิติศาสตร์(นิด้า) ติงกรธ.ร่างรัฐธรรมนูญด้านเสรีภาพประชาชนล้าหลังกว่ารธน.ปี2540/2550

นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในเวทีอภิปราย เรื่อง “รัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศและการมีส่วนร่วมของประชาชน” ซึ่งจัดโดยเครือข่ายขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (วีมูฟ) พร้อมด้วยสมาคมติดตามการพัฒนาสตรี (ตพส.) ไทย ว่า โครงสร้างด้านสิทธิ เสรีภาพของปวงชนชาวไทย ที่กำหนดไว้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถือว่ามีความล้าหลังไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเฉพาะสิทธิที่เกี่ยวกับชุมชนและหลักประกันสิทธิของประชาชนที่ต้องได้รับความคุ้มครอง

ทั้งนี้ มีประเด็นที่กรธ. ควรปรับปรุง คือ 1.ในบททั่วไปมาตรา 4 ว่าด้วยปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน ซึ่งถูกปรับจากเนื้อหาในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ระบุว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพบางประการของบุคคลที่อยู่ในประเทศ ซึ่งไม่ใช่คนสัญชาติไทยเท่านั้น เพราะในเจตนารมณ์ของมาตรา 4 นั้น ถือเป็นการประกาศอุดมการณ์ และแสดงเจตนาของรัฐที่จะคุ้มครอบุคคล ดังนั้น เมื่อปรับเนื้อหาอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิบางประการแก่คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยได้

2.ส่วนของหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ถือเป็นหลักประกันของการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญ ของกรธ. ไม่ได้กำหนดไว้ ได้แก่ 1.หลักความผูกพันโดยตรงของสิทธิและเสรีภาพที่มีผลผูกพัน ซึ่งในมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550  ที่กำหนดให้สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยายหรือโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง ไม่ถูกเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ.

“ผมมีความกังวลว่าเมื่อไม่ได้เขียนจะขาดหลักผูกพันโดยตรงต่อการปฏิบัติ และอาจกระทบต่อกระบวนการต่อสู้ทางคดีของประชาชนได้ หลักการดังกล่าวเกิดการพัฒนาและได้รับการยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น เมื่อไม่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของกรธ. อาจทำให้เกิดปัญหาจะใช้ฐานในการพิจารณา และอาจนำไปสู่การย้อนกลับของหลักนิติธรรมได้”นายบรรเจิด กล่าว 

นอกจากนี้ 3.ประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 28 วรรคสอง กำหนดให้บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้ ซึ่งหลักการดังกล่าว เสรีประชาธิปไตยถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบในการคุ้มครองสิทธิ เพราะสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมีผลต่อเมื่อมีองค์กรตุลาการเข้ามาควบคุมและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างหลักประกันสิทธิ เสรีภาพให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ กรธ.ไม่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญอาจทำให้หลักประกันของสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญมีค่าเท่ากับศูนย์เพราะไม่มีจุดเชื่อมไปยังองค์กรตุลาการและอาจทำให้เกิดปัญหาได้

4.รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 วางหลักประกันเกี่ยวกับการตรากฎหมายจำกัดสิทธิ อาทิ มีกฎหมายให้อำนาจในการจำกัดสิทธิ, หลักความพอสมควรแก่เหตุหรือเท่าที่จำเป็น, หลักการบังคับกฎหมายจำกัดต้องเป็นการทั่วไป, หลักกระทบต่อสาระสำคัญของสิทธิเสรีภาพ เมื่อตรวจสอบกับร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. มาตรา 26 ว่าด้วยการตรากฎหมายที่จำกัดสิทธิ์ ไม่มีระบุไว้ ทั้งนี้ มีตัวอย่างต่อกรณีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยทางหลวงหรือทางสาธารณะ ที่มีผลให้การชุมนุมบนทางหลวงต้องขออนุญาตต่อผู้อำนวยการเขตทางหลวง ซึ่งสว.เคยเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าเนื้อหาดังกล่าวทำลายสิทธิเสรีภาพการชุมนุม ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉันว่ากฎหมายดังกล่าวกระทบสาระสำคัญของเสรีภาพการชุมนุมตามหลักการมาตรา 26  ดังนั้น มองว่าหลักสำคัญควรเขียนไว้ 

“ผมมองว่าการร่างรัฐธรรมนูญแบบนื้ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความหมายแคบกว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวทุกฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปัจจุบันยังให้การหลักประกันเกี่ยวกับศักดิ์ศรี สิทธิความเสมอภาคของปวงชนชาวไทยยังได้รับการคุ้มครองตามประเพณีปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ ย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. ออกมา หายไปทั้งหมด ผมคิดว่าขบวนประชาชนมีต้นทุนมากพอสมควร สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นฐานแห่งสิทธิของกระบวนการประชาชน ดังนั้น หลักการเขียนรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสิทธิชุมชน ไม่ควรถอยหลังกลับไป ดังนั้นควรไตร่ตรองให้มากเพราะสิทธิเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสิทธิในตัวหนังสือ แต่เป็นวิถีชีวิตของประชาชน ที่ก่อรูปขึ้นมาช่วง 2 ทศวรรษ และเป็นเลือดเนื้อชีวิตของประชาชน ชาวเลย์ราไวจะอ้างอะไรในการดำรงอยู่เพราะสิทธิชุมชนการมีส่วนร่วมกำหนดวิถีชีวิต และใช้ทรัพยากร ยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของหลักโต้แย้งกับเอกชน ความเห็นของผมมองว่าร่างรัฐธรรมนูญถอยหลังมากไปพอสมควร” นายบรรเจิด กล่าว

นายบรรเจิด กล่าวด้วยว่า 5.ในประเด็นของมาตรา 25 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของกรธ. ที่กำหนดให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและเสรีภาพทุกประการ เว้นแต่ที่มีกฎหมายจำกัด หรือกระทบต่อความั่นคงของรัฐ ถือว่ามีนัยยพอสมควร หากเทียบกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกันที่เขียนไว้ในมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ระบุว่าการใช้สิทธิของบุคคลจะเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้

ดังนั้น เมื่อปรับใหม่ให้ใช้สิทธิและเสรีภาพที่ต้องไม่กระทบความมั่นคงของรัฐ อาจทำให้เกิดปัญหาต่อขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพ  อย่างไรก็ตามตนมองว่าเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญใหม่อาจก่อให้เกิดปัญหาและความโกลาหลได้หากมีผลบังคับใช้โดยไม่ปรับเปลี่ยน


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท