
ทีวีดิจิทัลยึดกฎ
นับเป็นเรื่องดีที่ให้ทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจทีวีดิจิทัล เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกันในการหาแนวทางแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการที่เสียเงินประมูลช่องสถานีดิจิทัลเป็นเงินจำนวนมาก สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ แต่แนวทางการเยียวยาที่โยนหินถามทางออกมาครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าอาจเสี่ยงไม่เกิดความเป็นธรรมกับสังคมทั่วไป
นับเป็นเรื่องดีที่ให้ทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจทีวีดิจิทัล เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกันในการหาแนวทางแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการที่เสียเงินประมูลช่องสถานีดิจิทัลเป็นเงินจำนวนมาก สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ แต่แนวทางการเยียวยาที่โยนหินถามทางออกมาครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าอาจเสี่ยงไม่เกิดความเป็นธรรมกับสังคมทั่วไป
ตามที่ทราบกัน ในการประชุมหารือแนวทางแก้ปัญหาทีวีดิจิทัล ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ประชุมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง ตัวแทนธนาคารในฐานะเจ้าหนี้ที่ปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการแต่ละราย และหน่วยงานด้านกฎหมายของรัฐ เพื่อหาทางออกใน 3 เรื่อง คือ 1.จะเลื่อนการชำระค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 เดือน พ.ค.นี้ ออกไปได้หรือไม่ 2.สามารถขยายอายุใบอนุญาตจาก 15 ปี ได้หรือไม่ และ 3.จะลดค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์) ได้หรือไม่
ในการประชุมครั้งที่ 2 นี้ ประเด็นเลื่อนชำระค่าประมูลงวดที่ 3 เดือน พ.ค.นี้ออกไป เป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าโครงข่ายขยายที่ยังไม่ครอบคลุม เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป และการรัฐประหาร ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการออกอากาศประกาศในช่วงไพรม์ไทม์ ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ประเด็นนี้ก็มีผู้ประกอบการบางราย และตัวแทนกฎหมายของรัฐ ไม่เห็นด้วย
ขณะที่ประเด็นขยายเวลาใบอนุญาตจาก 15 ปี คงขยายไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย แต่ก็มีผู้ประกอบการเสนอว่า ให้เลื่อนการนับ 1 ระยะเวลาเริ่มต้นใบอนุญาตออกไปแทน และประเด็นสุดท้ายขอลดค่าเช่าโครงข่าย หรือมักซ์ ทางผู้ให้บริการมักซ์ทั้งช่อง 5 ไทยพีบีเอส และ อสมท ยืนยันว่ายังลดค่าเช่าไม่ได้
จากแนวทางแก้ปัญหาทีวีดิจิทัลเบื้องต้น โดยอ้างความไม่พร้อมของหน่วยงานรัฐดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการพิจารณาอาจเสี่ยงที่จะไม่เกิดความเป็นธรรมกับภาพรวมได้ เพราะในการประมูลทีวีดิจิทัลที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่างทราบเงื่อนไขประมูล มีการคำนวณต้นทุน ทำธุรกิจต้องใช้โมเดลใดถึงจะคุ้มทุนและมีกำไรได้ตามใบอนุญาต 15 ปีอยู่แล้ว ถึงเสนอราคาประมูลใบอนุญาตตามที่ชนะประมูลไป
นอกจากนี้ ท่ามกลางปัญหาเกี่ยวกับทีวีดิจิทัลต่างๆ ยังมีผู้ประกอบการบางรายสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่ลงทุน ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีบางรายต้องเลิกกิจการไปเร็วตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินงวดที่ 2 ต้องจอมืดไป 2 ช่องก็มี ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลมีทั้งอยู่ได้และไม่ได้ ตามกลไกการทำธุรกิจ ดังนั้นหน่วยงานรัฐที่จะออกมาตรการแก้ปัญหา คงต้องนำปัจจัยนี้เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่อยากให้มาตรการแก้ปัญหาที่กำลังจะออกมา สร้างความไม่เป็นธรรม กรณีนี้หากเอกชนเห็นว่าหน่วยงานรัฐทำผิดสัญญาไม่ตามเงื่อนไขประมูลประเด็นไหน ก็ให้เอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายตามกระบวนการยุติธรรม ทำตามกฎหมายดีกว่า จะได้ไม่เดือดร้อน







