
"มีชัย"เปิดตัวร่างรธน.เน้นปราบโกงห้ามคนผิดใช้การเมืองฟอกตัว
"มีชัย" แถลงเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ270มาตรา เน้นปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจัง
"มีชัย" แถลงเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญ270มาตรา เน้นปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจัง
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ผ่านทางเว็บไซต์รัฐสภาไทย www.parliament.go.th เผย เนื้อหาสาระร่างรัฐธรรรมนูญเบื้องต้น จำนวน 270 มาตรา 15 หมวด รวมบทเฉพาะกาล โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมีหมวดหลักๆ ได้แก่ การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ใหม่ และสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญเรื่องการปกครองท้องถิ่น
นายมีชัย กล่าวว่า ใช้เวลาทำงานทั้งหมด 170 วัน มี 270 มาตรา 15 หมวด ตั้งแต่บททั่วไปถึงบทเฉพาะกาล โดยยึดกรอบตามมาตรา 35 แห่ง รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ใน 10 ข้อ อาทิ กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งกลไกในการกำกับและควบคุมให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปเพื่อประโยชน์,กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้ง ไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด
"รธน. ฉบันนี้เน้นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และจะไม่ให้การเมืองเป็นที่ฟอกตัวของบุคคลที่เคยกระทำความผิด คือ ถ้าศาลตัดสินว่าถูกตัดสินว่าทำผิด คนเหล่านั้นจะกลับมาเป็น ส.ส. ไม่ได้ เช่น ถูกตัดสินมีความผิดฐาน เป็นเจ้ามือการพนัน พอกเงิน ค้ายาเสพติด รวมถึงฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถ้า รธน.ยังอยู่ สิ่งป้องกันปัญหาเหล่านี้ก็จะคงอยู่"นายมีชัยกล่าว
ส่วนการมีส่วนร่วมของประเทศชาติและประชาชน นายมีชัย ยืนยันว่า ตลอดเวลาการร่างรัฐธรรมนูญได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย ในทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันจะมีการรับฟังความคิดจากทุกฝ่ายอีกครั้ง คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ,คณะรัฐมนตรี (ครม.) ,สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ,สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชนชนทั่วประเทศภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเน้นมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และทำให้การเมืองไม่ใช่กรอบป้องกันตัวเมื่อทำผิด
สำหรับ กลไกการใช้อำนาจรัฐ ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ครม. ที่จะต้องดำเนินการบางอย่าง พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระจนเกินไป เพียงแต่กำหนดกระบวนการไว้ให้ชัดเจนว่า เรื่องใดจะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ ซึ่งหากพบว่าเป็นลักษณะต้องห้ามก็จะพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ
ส่วนประเด็นที่ถูกระบุว่าไม่ยึดโยงกับประชาชนนั้น นายมีชัย ชี้แจงว่าองค์กรอิสระต้องเป็นอิสระ ไม่ใช่ลงคะแนนเอาเสียงข้างมาก ในสากลไม่ว่าประธานาธิบดี หรือ นายกรัฐมนตรี ทำผิดก็ต้องไปที่ศาล ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติ ซึ่งประชาชนในทุกประเทศก็ไม่ได้เชื่อมโยงประชาชนเป็นคนละเรื่องกับการเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงองค์กรอิสระทุกองค์ก็จะถูกตรวจสอบเป็นวงจรหมด
สำหรับกลไกการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปนั้น นายมีชัย ระบุว่า กรธ.มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นไปอย่างจริงจัง โดยใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ขณะที่การจัดให้มีวุฒิสภาในระบบทางอ้อมนั้น เพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในใจกลางการเมือง โดยไม่ต้องพึงพานายทุน หรือ พรรคการเมือง พร้อมย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกยังไม่สมบูรณ์เต็มที่เพราะต้องรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำความคิดเห็นมาปรับแก้ให้สอดคล้องกัน กรธ.พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเสมอ เพื่อมุ่งผลประโยชน์เพื่อประชาชนเป็นหลัก







