posttoday
คลัง VS ธปท. เปิดศึกนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อ

คลัง VS ธปท. เปิดศึกนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อ

28 กรกฎาคม 2553

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศประเมินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อหลังใช้มาครบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2543-2553 โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ได้เชิญ รมว.คลัง มาหารือร่วมกับผู้ทำการวิจัย อาทิ สตีเวน เกรนวิว อดีตรองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย และ ศ.ทากาโตชิ อิโต๊ะ อาจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศประเมินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อหลังใช้มาครบ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2543-2553 โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ได้เชิญ รมว.คลัง มาหารือร่วมกับผู้ทำการวิจัย อาทิ สตีเวน เกรนวิว อดีตรองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย และ ศ.ทากาโตชิ อิโต๊ะ อาจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว

 

คลัง VS ธปท. เปิดศึกนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อ

“ในโอกาสที่ใช้การตั้งกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาครบ 10 ปี ก็เป็นโอกาสดีที่จะใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยประเมินวิธีการทำ กระบวนการทำงาน ระบบการวิเคราะห์ และการสื่อสารกับสาธารณะของเราว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่การประเมินครั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบใหม่ตามที่ผู้ประเมินเสนอ เพราะการจะเปลี่ยนเป้าหมายเงินเฟ้อหรือไม่อยู่ที่ ธปท. และคลังจะหารือ แต่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปัจจุบันเหมาะสมกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพราะก่อนกำหนดกรอบเราจะดูให้เหมาะสมทุกด้านอยู่แล้ว” ธาริษา กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยหรือไม่ ปลายเดือน ส.ค.ปีนี้ได้รู้ โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ จากปัจจุบันที่ 0.5 -3% เพราะเพิ่งเปลี่ยนจากเป้าหมายเดิมที่ 0-3.5% ให้แคบลงแล้วหลังจากใช้มาระยะหนึ่ง ซึ่งการปรับเป้าให้แคบลงเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ให้มั่นใจนโยบายการดูแลเสถียรภาพด้านราคาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)และธปท. ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจะยังใช้เป้าหมายนี้ต่อไป การดำเนินการในลักษณะการตั้งกรอบเป้าหมายในปัจจุบัน ธปท.มองว่ายังเหมาะสม ในการดูแลระดับราคาในแต่ละไตรมาสจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ อย่างไรก็ตามประเทศอื่นมีการใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่แคบกว่านี้ แต่เขาใช้ในระยะเวลาสั้นๆ 1 ปี หรือบางประเทศใช้ระยะ 5-7 ปี

“เท่าที่ดูกรอบตอนนี้ที่ 0.5-3% ยังเหมาะสม ในการดูแลเงินเฟ้อในแต่ละไตรมาส ซึ่งเราใช้มานานดูเหมือนจะใช้ได้ดี เงินเฟ้ออยู่ในกรอบ คนเริ่มเข้าใจและเชื่อมั่นตามนี้ แต่ถ้าปรับให้แคบไปกว่านี้อาจจะดูแลลำบาก เป็นผลเสียทำให้คนขาดความมั่นใจได้” ธาริษา กล่าว

การทบทวนนโยบายนั้น ทาง สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังมีประเด็นที่ต้องคิดด้วยว่า หากเงินเฟ้อหลุดกรอบไป อย่างในปี 2552 ที่เงินเฟ้อพื้นฐานติดลบ ธปท.จะดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร

นอกจากนี้ ธปท.จะเอานโยบายดอกเบี้ยไปดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หรือเงินเฟ้อกันแน่ ก็ต้องไปดูว่ากรอบเงินเฟ้อที่ตั้งไว้เป็นเป้าหมาย 0.5-3% นั้น เหมาะสมหรือยัง หรือจะเลิกดูเป้าเงินเฟ้อไปดูอัตราแลกเปลี่ยนแทน นี่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจ้างที่ปรึกษามาประเมินผลเรื่องนี้ ธปท.อาจจะต้องการที่จะยืนยันว่านโยบายที่ทำมาแล้วนั้นถูกต้อง ไม่ต้องแก้ไขอะไร

“เรื่องนี้จะส่งผลกระทบในภาพรวมเศรษฐกิจ ประชาชนอาจจะคิดว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่จะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่จะไปกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกที” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะกระทรวงคลังจะให้บริษัทที่ว่าจ้างมา มาประเมินนโยบายที่ธปท.ประกาศหรือประเมินนโยบายที่ธปท.ปฏิบัติจริง

ทั้งนี้ เพราะส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ธปท.จะประกาศใช้เป้าหมายเงินเฟ้อ แต่ในทางปฏิบัติธปท.กลับให้ความสำคัญกับค่าเงินและอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าเงินเฟ้อ ดังจะเห็นได้จากบางช่วงเวลาที่เงินเฟ้อเกือบหลุดเป้าหมาย โดยเงินเฟ้อเคยเกือบหล่น 0% ซึ่งธปท.น่าจะลดดอกเบี้ยแต่ก็ไม่ได้ลด หรือบางครั้งที่เงินเฟ้อขึ้นไปเกือบ 3% แต่ธปท.ก็ไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ กรอบเงินเฟ้อเป้าหมายของไทยถือว่าเป็นกรอบที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แม้จะได้ปรับให้แคบลงเหลือ 0.5-3% แล้วก็ตาม

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า นโยบายที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆ สามารถนำมาใช้นั้นมีสารพัดรูปแบบ แต่ถ้า ธปท.ยังคงจะใช้กรอบเงินเฟ้อต่อไป ก็อยากเห็นนิยามเงินเฟ้อพื้นฐานที่ ธปท.คอยเฝ้าจับตาให้เป็นนิยามที่กว้างขึ้น โดยน่าจะรวมเงินเฟ้อจากพลังงานและอาหารเข้าไว้ด้วย เพราะที่ผ่านมาพอเงินเฟ้อจาก 2 ตัวนี้ปรับขึ้น ก็ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานปรับขึ้นด้วย

ขณะเดียวกันการคาดการณ์เงินเฟ้อควรแม่นยำมากกว่าที่ผ่านมา เพราะมีเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำกว่าความเป็นจริง จนประชาชนรู้สึกได้ว่าค่าครองชีพสูงมาก แต่กระทรวงพาณิชย์ประกาศอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานต่ำมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท