posttoday
2016ไม่ใช่ปีของโภคภัณฑ์ ผลผลิตล้น-แรงซื้อไม่มี

2016ไม่ใช่ปีของโภคภัณฑ์ ผลผลิตล้น-แรงซื้อไม่มี

28 มกราคม 2559

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งหมายรวมถึงสินค้าพลังงาน สินค้าที่ไม่ใช่พลังงานอย่างโลหะและแร่

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งหมายรวมถึงสินค้าพลังงาน สินค้าที่ไม่ใช่พลังงานอย่างโลหะและแร่ รวมไปถึงสินค้าเกษตร ยังไม่มีทีท่าจะฟื้นตัวจนสามารถกลับมาเป็นพระเอกได้ในปี 2016 นี้ ด้วยเหตุผลด้านเศรษฐศาสตร์อย่างอุปสงค์และอุปทาน หรือความต้องการซื้อและความต้องการขายนั่นเอง

สินค้าที่ได้รับการพูดถึงในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “น้ำมัน” ที่ราคาปรับตัวลดลงมาราว 70% ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา จนราคา 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อ 2-3 ปีก่อน กลายเป็นเหมือนความฝันเลยทีเดียว ในขณะที่ราคาน้ำมันที่วนเวียนอยู่แถว 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะนี้ กลายเป็นฝันร้ายของประเทศส่งออกน้ำมันและบรรดาผู้ผลิตเอกชน

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันสำหรับปี 2016 นี้ จากคาดการณ์เดิมในเดือน ต.ค. ที่อยู่ที่ 51 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหลือเพียง 37 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากการพ้นการคว่ำบาตรของอิหร่านที่เริ่มส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง และตั้งเป้าจะเพิ่มผลผลิตในตลาดให้ได้ถึงราว 1 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ผู้ผลิตใหม่ฝั่งสหรัฐก็สามารถต้านรับราคาน้ำมันถูกได้มากกว่าที่คาดไว้

น้ำมันเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของผลผลิตมากกว่าแรงซื้อ โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) วางแผนไม่ปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้

เลขาธิการกลุ่มโอเปกออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายผู้ผลิตน้ำมันทั้งในและนอกโอเปกต่างนั่งลงคุยกันเพื่อปรับลดกำลังการผลิต โดยผู้ผลิตจากรัสเซียก็ส่งสัญญาณพร้อมประนีประนอม ขณะเดียวกับที่รัฐมนตรีน้ำมันอิรัก เปิดเผยว่า ทั้งซาอุดิอาระเบียและรัสเซียมีความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะพูดคุยกันมากขึ้น

ทว่าสัญญาณที่ทั้งสองชาติจะนั่งลงคุยกันดีๆ เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นฝ่ายยืนกรานไม่ปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ แม้แต่ความประนีประนอมในโอเปกยังเกิดได้ยากจากความขัดแย้งกันเองระหว่างในกลุ่ม โดยเฉพาะระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน

ซาอุดิอาระเบียขัดแย้งกับอิหร่านในเรื่องของการนับถือนิกายทางศาสนา และอยู่ขั้วตรงข้ามในสงครามกลางเมืองทั้งในเยเมนและซีเรีย ส่งผลให้ความหวังต่อการร่วมมือระหว่างสองชาติลดน้อยถอยลงไปทุกที ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียยืนยันไม่ปรับลดกำลังการผลิต และเริ่มวางแผนจะใช้ช่องทางใหม่ในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น สาธารณสุขและการท่องเที่ยว เพื่อแสดงให้เห็นว่าซาอุดิอาระเบียไม่ได้มีดีแค่น้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้แรงซื้อจะยังไม่ฟื้นตัวจนตามผลผลิตล้นตลาดได้ทัน แต่เวิลด์แบงก์คาดการณ์ว่าผู้ผลิตจะเริ่มปรับลดกำลังการผลิตในปีนี้ โดยเฉพาะผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก ซึ่งแบกรับภาระต้นทุนที่สูงกว่า โดยจากข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ส คาดการณ์ว่า รายได้ต่อหุ้นของบริษัทน้ำมันจะปรับลดลง 74% ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2015 ที่ผ่านมา ขณะที่ราคาจุดคุ้มทุนอยู่ที่ราว 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

เวิลด์แบงก์คาดการณ์การฟื้นตัวของราคาน้ำมันจากผลผลิตที่ลดลง แต่สำหรับแรงซื้อจะยังคงไม่ฟื้นและเป็นปัจจัยกดดันสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดอื่นต่อไป เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา แรงซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่มาจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอยู่ โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่

สำหรับตลาดเกิดใหม่ที่นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ ในปี 2015 ต่างเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออก โดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ประเมินว่าเงินไหลออกสุทธิปี 2015 อยู่ที่ 7.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 26 ล้านล้านบาท) มากกว่าที่ประเมินเอาไว้ที่ 5.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 19 ล้านล้านบาท) เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว และยังเป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 1988 ที่เงินทุนไหลเข้าออกสุทธิติดลบเป็นครั้งแรก

ภาวะเงินทุนไหลออกเป็นปัจจัยกดดันให้ค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลง ประกอบกับการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ค่าเงินจึงยิ่งอ่อนค่าลง ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ในสกุลที่ค่าเงินแข็งค่ามากกว่ามีราคาแพงขึ้น ทำให้ความ “น่าซื้อ” ในสินค้านั้นลดลงและไปจำกัดแรงซื้อนั่นเอง

สำหรับตลาดเกิดใหม่ที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมัน ก็เผชิญกับราคาน้ำมันถูก เช่น รัสเซียที่เศรษฐกิจหดตัวลง 3.7% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นไปเกือบ 13% แล้ว ในขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า เวเนซุเอลา ซึ่งน้ำมันคิดเป็น 95% ของรายได้ส่งออกของประเทศ และคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งไปแตะ 720% ภายในปี 2016 นี้

จึงไม่แปลกที่เวิลด์แบงก์จะปรับลดคาดการณ์สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมด 37 รายการ จาก 46 รายการ โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่ใช่พลังงานคาดว่าจะปรับลดลง 3.7% ในขณะที่ราคาเหล็กอาจจะปรับลดลงถึง 10% ต่อเนื่องจากปี 2015 ที่ราคาลงมาแล้ว 21%

“เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่เป็นแรงซื้อหลักสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์นับตั้งแต่ปี 2000 ผลคือแนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอในเศรษฐกิจพวกนี้จะกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และหากตลาดเกิดใหม่หลักเกิดชะลอตัวมากขึ้นอีก ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของคู่ค้าและแรงซื้อสินค้าโภคภัณฑ์โลก” เวิลด์แบงก์ ระบุ

สำหรับสินค้าเกษตรอาจจะดีกว่าสินค้าอื่นๆ โดยเวิลด์แบงก์คาดการณ์ราคาจะลงเพียง 1.4% เนื่องจากภาวะเอลนินโญที่ก่อให้เกิดความแห้งแล้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่ก่อให้เกิดฝนตกหนักในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรทั้งคู่ให้มีผลผลิตลดลง

ท่ามกลางสินค้าล้นตลาดและแรงซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จึงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ที่เคยเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้เป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท