
ผู้ว่าฯสั่งเปิดทางให้ชาวเลราไวย์ หลังปะทะเดือดนายทุนปิดพื้นที่
เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในชุมชนหาดราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ภายหลังชายฉกรรจ์กว่า 100 ราย
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นในชุมชนหาดราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ภายหลังชายฉกรรจ์กว่า 100 ราย ปะทะกับชาวบ้านซึ่งเป็นไทยใหม่หรือชาวเลประมาณ 50 คน ระหว่างที่กลุ่มชาวบ้านกำลังจะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อเรียกร้องสิทธิในการดำรงชีวิตของชาติพันธุ์ชาวเลในพื้นที่ เป็นเหตุให้มีผู้หญิงและผู้สูงวัยได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล 3 ราย ในจำนวนนี้มี 1 รายที่อาการสาหัส ยังไม่ได้สติ
เหตุรุนแรงดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 ม.ค. กลุ่มทุนซึ่งอ้างว่ามีเอกสารสิทธิถูกต้องได้นำเครื่องจักรเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งขอกำลังตำรวจและทหารปิดทางเข้าออกหมู่บ้านชาวเล
กระทั่งช่วงสายของวันที่ 27 ม.ค. กลุ่มชายฉกรรจ์ได้เข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง โดยนำรถสิบล้อบรรทุกหิน และรถแบ็กโฮเทก้อนหินขนาดใหญ่ปิดกั้นทางเข้าออกที่ชาวบ้านใช้อยู่เป็นประจำ ชาวบ้านไม่พอใจจึงฮือเข้าขัดขวางและปะทะกับกลุ่มชายฉกรรจ์
สนิท แซ่ซั่ว ชาวบ้านผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวคือคนงานของนายทุนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการให้ชาวบ้านยุติการต่อต้านการพัฒนาพื้นที่ชุมชนราไวย์ ส่วนตัวตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีการวางกองกำลังเพื่อคุ้มครอง ทั้งที่มีสัญญาณความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.แล้ว ในขณะที่ประเด็นกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินก็ยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์
“เรื่องที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดกลัวระลอกใหม่ หลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านถูกคุกคามหลายรูปแบบ ถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับใครได้” สนิท กล่าว
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต เรียกทุกฝ่ายทั้งบริษัทซึ่งอ้างเป็นเจ้าของที่ดิน กลุ่มชาวบ้าน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องประชุมด่วน
ทั้งนี้ ตัวแทนบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายปีชาวบ้านขัดขวางการพัฒนาพื้นที่มาโดยตลอด บริษัทซื้อที่ดินมาในราคาแพงจึงต้องใช้ประโยชน์ จึงได้ทำหนังสือไปยังมณฑลทหารบกที่ 41 (มทบ.41) ขอกำลังมาเป็นกำแพงป้องกันชาวบ้านเพื่อจะเข้าดำเนินการ
ด้าน ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ภูเก็ตไปทั่วโลก ไม่ว่าหน่วยใดเข้ามาดำเนินการ แต่ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ขอให้ทุกหน่วยที่จะเข้ามาต้องแจ้งให้จังหวัดทราบทุกครั้ง หากมีเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก จะรายงานให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน
“ในขั้นแรกขอให้บริษัทเปิดทางให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาก่อน จากนั้นในวันที่ 2 ก.พ.ให้ชาวบ้านและบริษัทส่งตัวแทนมาหารือกันเรื่องการใช้เส้นทาง ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายให้ทางอำเภอไปดูแล และให้ทั้งสองฝ่ายซึ่งต่างก็มีผู้บาดเจ็บไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี” ผวจ.ภูเก็ต กล่าว
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับเสมอว่าหากทหารเข้าไปเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี 2 กระทง คือ ทางวินัยทหาร และทางคดีอาญา ไม่ละเว้นอย่างแน่นอน







