
‘อภิศักดิ์’ กระตุ้นเอกชน เร่งลงทุนเพิ่ม
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง บรรยายพิเศษในงานสองแพร่งเศรษฐกิจ จุดเปลี่ยนประเทศไทย จัดโดยคณะศิษย์เก่าหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและพาณิชย์ ว่า เศรษฐกิจไทยจะโตเท่าไรอยู่ที่ใจ เศรษฐกิจอยู่ที่ความมั่นใจ หากคิดว่าขยายตัวได้ดี 4% ก็ทำได้ แต่หากคิดว่าเศรษฐกิจแย่โตได้แค่ 3% ก็จะเป็นเช่นนั้น
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง บรรยายพิเศษในงานสองแพร่งเศรษฐกิจ จุดเปลี่ยนประเทศไทย จัดโดยคณะศิษย์เก่าหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและพาณิชย์ ว่า เศรษฐกิจไทยจะโตเท่าไรอยู่ที่ใจ เศรษฐกิจอยู่ที่ความมั่นใจ หากคิดว่าขยายตัวได้ดี 4% ก็ทำได้ แต่หากคิดว่าเศรษฐกิจแย่โตได้แค่ 3% ก็จะเป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวได้ 2.9% ทั้งที่การส่งออกของไทยติดลบกว่า 5% การบริหารเศรษฐกิจต้องดูเศรษฐกิจระยะยาว ต้องพึ่งการลงทุน ขณะที่การลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐต้องใช้เวลา ทำให้ต้องมีการลงทุนขนาดเล็กหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไปพลางก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขาดจริงๆ เวลานี้คือ การลงทุนภาคเอกชนซึ่งน้อยมาก ปีที่ผ่านมาการลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 19% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เทียบกับช่วงเศรษฐกิจดี การลงทุนภาคเอกชนอยู่ระดับ 100-200% ของจีดีพี
ดังนั้น รัฐบาลจึงออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนที่ถือว่าเป็นมาตรการที่แรงมาก โดยให้นำรายจ่ายของการลงทุนภายในปีนี้มาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หากคิดให้ลึกจะพบว่า รัฐบาลช่วยออกเงินให้การลงทุนถึง 20% ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับเอกชนรายหนึ่งว่า ปีนี้จะลงทุน 4,000 ล้านบาท เท่ากับว่ารัฐช่วยออกเงินลงทุนให้ 800 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลพยายามให้ข้อมูลนี้แก่นักลงทุนมากที่สุด แต่นักลงทุนไม่คิดให้ละเอียด
ทั้งนี้ การที่รัฐบาลต้องเน้นการลงทุน เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวน พึ่งการส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาแรงขับเคลื่อนด้านอื่นมารองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ต้องดูเศรษฐกิจภายในประเทศให้ดี ถึงมีปัญหาภายนอกมากระทบเศรษฐกิจของไทยก็ยังขยายตัวและยืนอยู่ได้
รมว.คลัง ยังยืนยันว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะไม่ขยายตัวติดลบ หากประเมินจากเศรษฐกิจโลกปีนี้จะขยายตัวได้ 2-3% ทำให้ส่งออกของไทยอย่างน้อยขยายตัวได้ในระดับเดียวกัน แต่หากมีการดำเนินการที่ดีจะขยายตัวได้ 5% ตามที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงตั้งเป้าส่งออกไว้ 5% เพื่อกดดันการทำงานของกระทรวงพาณิชย์และผู้ส่งออก ให้การส่งออกเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เศรษฐกิจตอนนี้เปราะบาง ทำให้ราคาสินค้าเกษตรลดลง หากราคาน้ำมันลงอีก ราคาสินค้าเกษตรก็จะลดลงอีก โดยการส่งออกจะเน้นตลาดเพื่อนบ้านแทนกำลังซื้อสูงในอเมริกาและยุโรปที่เศรษฐกิจยังไม่ดี นอกจากนี้ยังเน้นภาคบริการเป็นคลัสเตอร์โลจิสติกส์ คลัสเตอร์การก่อสร้าง คลัสเตอร์สุขภาพการแพทย์ คลัสเตอร์เศรษฐกิจดิจิทัล นำรายได้เข้าประเทศได้สูง และรายได้ตรงถึงผู้ประกอบการ
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า โครงการให้เงินกองทุนหมู่บ้านเพื่อไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านแห่งละไม่เกิน 5 แสนบาท วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้เพิ่ม 0.15% เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนในการลงทุนและใช้จ่ายมากขึ้น โดยการใช้เงินจะรวดเร็ว เพราะกำหนดให้ดำเนินการภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังได้มีการกำชับกองทุนหมู่บ้านให้นำเงินในส่วนของ 3.5 หมื่นล้านบาท ไปลงทุนไม่ให้ซ้ำซ้อนกับโครงการลงทุนตำบลละ 5 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และมีการขยายเวลาการเบิกจ่ายไปถึง 31 มี.ค. 2559 เช่นกัน
สำหรับเศรษฐกิจปีนี้ สศค.คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.8% ซึ่งในวันนี้ (28 ม.ค.) จะมีการปรับประมาณการอีกครั้ง โดยมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ โครงการขนาดใหญ่จะมีการเซ็นสัญญาได้ภายในครึ่งปีแรก และเม็ดเงินจะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
ขณะที่ปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2.9% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 2.8% เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะแถลงตัวเลขเป็นทางการอีกครั้ง







