
ส่งออกส่อดับยาว
ข้อมูลที่ สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยเดือน ธ.ค. 2558 มีมูลค่า 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.73% เทียบกับ ธ.ค. 2557 เป็นการติดลบสูงสุดในรอบ 4 ปี 1 เดือน นับจาก พ.ย. 2554 ที่การส่งออกติดลบ 11.59% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 1.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.23% สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจอย่างมาก
ข้อมูลที่ สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยเดือน ธ.ค. 2558 มีมูลค่า 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.73% เทียบกับ ธ.ค. 2557 เป็นการติดลบสูงสุดในรอบ 4 ปี 1 เดือน นับจาก พ.ย. 2554 ที่การส่งออกติดลบ 11.59% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 1.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.23% สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจอย่างมาก
ไม่เพียงแต่ทำให้การส่งออกทั้งปี 2558 มีมูลค่า 2.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.78% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา และเป็นการติดลบหนักสุดในรอบ 6 ปี นับจากปี 2552 ที่การส่งออกไทยติดลบ 14.3%
แต่การที่ตลาดโลกซบเซาหนัก จนทำให้คู่ค้านำเข้าลดลง ญี่ปุ่นนำเข้าลดลง 20.3% จีนลด 18.8% เกาหลีใต้ลด 16.7% สหรัฐลด 4.2% เป็นต้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าโลกยังป่วย
สินค้าที่ลดลง ได้แก่ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 9.8% สินค้าส่งออกลดลง เช่น ข้าว ลด 22.5% ยางพารา ลด 25.2% น้ำตาล ลด 8.5% ส่วนอาหารเพิ่ม 5.5% สินค้าอุตสาหกรรมลดลง 6.7% เช่น เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ลด 6.4% ยานยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลด 1.4% เครื่องใช้ไฟฟ้า ลด 12.2% อัญมณีและเครื่องประดับ ลด 23.3% น้ำมันสำเร็จรูป ลด 40.8% เม็ดพลาสติก ลด 10%
นอกจากนี้ การส่งออกที่ชะลอตัวลดลง ยังเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง โดยราคาข้าวลดลงถึง 10.9% ยางพารา ลดลง 20.3% น้ำตาลทราย ลดลง 7.2% ส่งผลให้ไทยแม้ว่าจะส่งออกสินค้าเกษตรในปริมาณที่ไม่ต่ำกว่าเดิม แต่มูลค่าที่ได้กลับลดลงมา
โดยเฉพาะการส่งออกข้าวปี 2558 ที่ส่งออกได้ปริมาณ 9.79 ล้านตัน ลดลง 10.7% เทียบกับการส่งออกข้าวปี 2557 มีปริมาณ 10.9 ล้านตัน แต่ในแง่มูลค่าลดลง 15.2% ส่วนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนพบว่า ประเทศต่างๆ ใช้มาตรการลดค่าเงินมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเดือน ม.ค. 2559 พบว่า ค่าเงินออสเตรเลียอ่อนค่าลงมา 10.7% ค่าเงินริงกิตมาเลเซียอ่อนค่า 18.3% ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า 10.7% มีการอ่อนค่าน้อยกว่าค่าเงินสกุลอื่น ทำให้ราคาสินค้าไทยแพงกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งอัตราเงินบาทปัจจุบันอยู่ที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
สมเกียรติ ประเมินว่า การส่งออกในปี 2559 แม้จะกำหนดเป้าขยายตัวไว้ 5% ที่จะต้องผลักดันไปให้ได้ แต่ยอมรับว่าการส่งออกในปีนี้น่าเป็นห่วงในเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกขยายตัวเหลือ 3.4% จากเดิม 3.6% เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเหลือ 2.6% จากเดิม 2.8% จีน เศรษฐกิจขยายตัว 6.3% ลดลงจากปีก่อน 6.9% สินค้าเกษตรปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ก็จะทำให้การส่งออกไทยกลับมาดีขึ้น รวมทั้งสินค้าเกษตร กลุ่มอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และส่วนประกอบ ถือเป็นสินค้าที่มีโอกาสส่งออกขยายตัวได้ดีมาก
ปี 2559 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากปัจจัยลบยังมีเป็นระลอก จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องหาทางป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยให้เศรษฐกิจซบเซา อับเฉา การลงทุนจะเกิดการชะงักงัน จนทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากที่มีคนส่วนใหญ่ในประเทศกว่า 50 ล้านคนต้องเดือดร้อน
รัฐบาลจึงกระหน่ำอัดเงินลงระบบอย่างเต็มที่ผ่านโครงการงบตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวนกว่า 3.62 หมื่นล้านบาท งบกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการขนาดเล็กวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท การอนุมัติสินเชื่อให้กองทุนหมู่บ้านเพื่อนำไปปล่อยกู้ต่อกับสมาชิก 4.66 หมื่นล้านบาท
ล่าสุดได้อนุมัติงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ลงไปยังกองทุนหมู่บ้าน 7.95 หมื่นกองทุน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
“โครงการนี้เริ่มมา 2 เดือนแล้ว โดยได้มีการประชุมตัวแทนกองทุนฯ ล่าสุดเสนอโครงการมาแล้วกว่า 1 หมื่นโครงการ ซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองอีกครั้ง วงเงินนี้ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านจะได้ครบทั้ง 5 แสนบาท ต้องดูว่าโครงการที่เสนอมาเหมาะสมกับหมู่บ้านนั้นหรือไม่ เป็นโครงการที่ดีหรือซ้ำซ้อนไหม และต่อไปจะเอาภาคเอกชนจาก 12 กลุ่มประชารัฐเข้าไปต่อยอดด้านการตลาด จากนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. จะเข้ามาผลักดันโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งเอสเอ็มอี ให้เกิดขึ้น” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจง
วงเงินที่อนุมัติครั้งนี้เพื่อใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยประจำชุมชน การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน และเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อสร้างอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชน
ให้ดีขึ้น
สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า จะใช้งบเดิมของโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท ในระยะที่ 3 ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะของบกลางมาเพิ่มเติม และให้เบิกจ่ายภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบ







