
ชาวปัวโวยฝายกั้นน้ำสร้างได้เพียง2เดือนถล่ม
ชาวปัวร้องสร้างฝายกั้นน้ำใช้ได้เพียง 2 เดือน พังทลาย หวั่นส่งผลกระทบต่อนาข้าวกว่า 2 พันไร่ อาจขาดน้ำยืนต้นตาย วอนหน่วยงานภาครัฐเข้าดูแล
ชาวปัวร้องสร้างฝายกั้นน้ำใช้ได้เพียง 2 เดือน พังทลาย หวั่นส่งผลกระทบต่อนาข้าวกว่า 2 พันไร่ อาจขาดน้ำยืนต้นตาย วอนหน่วยงานภาครัฐเข้าดูแล
ชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านท่าล้อ บ้านทุ่งกวาง บ้านใหม่ชัยมงคล และบ้านพาน ต.แงง อ.ปัว จ.น่าน กว่า 50 คน เรียกร้องสือให้ไปดูฝายกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง ที่พังทลายหลังใช้งานได้เพียงสองเดือน จนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ และหวั่นว่าจะไม่มีน้ำใช้ในการเกษตร ส่งผลต้นข้าวกว่า 2 พันไร่ ขาดน้ำยืนต้นตายได้
นายอุดม แก้วโก ผู้ใหญ่บ้านหนองเงือก กล่าวว่า ลำน้ำแงง ซึ่งเป็นสายน้ำหลักของชาวบ้านตำบลแงง มีอ่างเก็บน้ำอยู่ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง ซึ่งเดิมเป็นเป็นอ่างเก็บน้ำที่ทางชลประทานได้จัดสร้างไว้ ใช้งานมากว่า 12 ปี และเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยปูแกงขึ้นไปประมาณ 200 เมตร มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกว่าอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำในโครงการพระราชดำริฯ และใช้งานมากว่า 7 ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านได้อาศัยน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งในการทำการเกษตร
อย่างไรก็ตาม ต่อมาชาวบ้านได้มีการร้องขอให้ขยายอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกงเพื่อให้เก็บกักปริมาณน้ำได้เพิ่มมากขึ้น โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลแงง ได้จัดทำโครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง คันกว้าง 5 เมตร ฐาน 8 เมตร สูง 2 เมตร ยาว 50 เมตร และปรับปรุงประตูระบายน้ำ พร้อมขุดลอกและขยายผิวจราจรรอบอ่างเก็บน้ำ งบประมาณทั้งหมด 1,660,000 บาท
โดยมีบริษัท ส.พัฒนาการโยธา เป็นผู้รับจ้าง และมีนายสุชาติ หาญยุทธ นายช่างโยธา อบต.แงง เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง โดยเริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2553 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 28 ธ.ค.2552 แต่งานก่อสร้างล่าช้าไปกว่ากำหนดถึง 4 เดือน จนกระทั่งก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ได้มีฝนตกหนักต่อเนื่องในทุกพื้นที่จังหวัดน่าน ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ฝายกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง เริ่มมีรอยปริแตกตามแนวสันฝาย กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ฝนได้ตกลงมาอีกระลอกหนึ่ง ปรากฎว่าครั้งนี้ฝายกั้นน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ เกิดพังทลายไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้อีกแล้ว ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าเมื่อฝนทิ้งช่วงและไม่น้ำสำรองในอ่างเก็บกักน้ำห้วยปูแกง จะส่งผลต่พื้นที่นาข้าวกว่า 2,000 ไร่ของชาวบ้านใน 4 หมู่บ้าน ซึ่งอาจขาดน้ำและยืนต้นตายได้
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าฝายกั้นน้ำอีกแห่ง ซึ่งอยู่ด้านเหนือฝายกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง ซึ่งเป็นฝายที่ต้องรองรับน้ำและหากล้นก็ไหลลงมาที่อ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง กลับไม่เป็นอะไรสามารถใช้งานกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่มีอายุการใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ปี จึงทำให้เกิดความคลางแคลงในใจชาวบ้านว่าฝายกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยปูแกง ที่ก่อสร้างใหม่นี้ ได้มาตรฐานจริงหรือไม่ มีการใช้วัสดุก่อสร้างตรงตามแบบงานจริงหรือไม่ และเพราะเหตุใดฝายกั้นน้ำนี้จึงไม่สามารถเก็บน้ำได้เหมือนฝายกั้นน้ำอื่นๆ
นายอิ่นแก้ว โนจิตร อยู่บ้านเลขที่ 158 ม.3 บ้านหนองเงือก ต.แงง อ.ปัว หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านตำบลแงง กล่าวว่า ชาวบ้านได้แจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากหวั่นเกรงว่า จะไม่มีน้ำในการทำนำและการเกษตร อีกทั้งได้แจ้งไปยัง อบต.แงง เจ้าของพื้นที่และผู้ก่อสร้างฝายนี้แล้ว แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่า การพังของฝายกั้นน้ำนี้เกิดจากอุทกภัย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต้องการให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการจัดทำและสร้างฝายกั้นน้ำ เข้ามารับผิดชอบดูแลและจัดทำฝายให้กับชาวบ้าน อย่างมีมาตรฐาน ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย







