คาดกรุงเทพฯหนาวถึง 26 ม.ค.ก่อนอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น
"รอยล" คาดกทม.หนาวถึง 26 ม.ค. ก่อนอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น อุตุฯคาดอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 13-16 องศา ขณะที่เหนือ-อีสานยังเย็นต่อเนื่อง
"รอยล" คาดกทม.หนาวถึง 26 ม.ค. ก่อนอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น อุตุฯคาดอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 13-16 องศา ขณะที่เหนือ-อีสานยังเย็นต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) เปิดเผย ว่า คืนวันที่ 25 ม.ค.สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ อุณหภูมิอาจจะลดลงอยู่ที่ 17 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 ม.ค.หลังจากนั้น อุณหภูมิจะเริ่มค่อยๆสูงขึ้น ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ความกดอากาศสูงยังคงอยู่ ยังคงหนาวเย็นต่อไป
สถานการณ์อากาศหนาวมากครอบคลุมหลายพื้นที่ ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ จะไม่เหมือนปรากฏการณ์ความหนาวเย็น เช่นที่ผ่านมา คือ ยิ่งปรากฏว่าหนาวมากเท่าไรก็จะยิ่งแห้งแล้งมากเท่านั้น แต่ปัจจัยความหนาวที่เกิดขึ้นเวลานี้ก็คือ ความกดอากาศสูงที่มาจากประเทศจีน กับความกดอากาศต่ำที่หอบเอาความชื้นมาจากอ่าวไทย ทำให้เกิด หนาว ฝน และลม ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
จากการตรวจสอบสถานีโทรมาตรในพื้นที่ต่างๆของ สสนก.ในเวลา 15.00 น. สามารถวัดอุณหภูมิของแต่ละพื้นที่ได้ดังนี้ กทม. 22 องศาเซลเซียส, อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 19.6 องศาเซลเซียส, อ.เมือง จ.กำแพงเพชร 20.6 องศาเซลเซียส, อ.เมือง จ.ขอนแก่น 18.1 องศาเซลเซียส, อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท 17.6 องศาเซลเซียส, อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ 16.2 องศาเซลเซียส, อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 7.8 องศาเซลเซียส, อ.เมือง จ.บึงกาฬ 14.2 องศาเซลเซียส, อ.จุน จ.พะเยา 9.3 องศาเซลเซียส, อ.แม่สาย จ.เชียงราย 8.8 องศาเซลเซียส
นายรอยล กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงคือตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. ด้านฝั่งตะวันออกของภาคจะวันออกเฉียงเหนือจะมีลมค่อนข้างแรงมากจึงอยากให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมตัวรับมือกับภาวะลมแรงดังกล่าว
"กรณี ที่สังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพเกล็ดน้ำแข็งคล้ายหิมะตกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือของสปป.ลาว อาทิ ซำเหนือ แขวงหัวพัน เชียงขวาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิติดลบอย่างน้อย 3 องศาเซลเซียสนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเกล็ดน้ำแข็งไม่ใช่หิมะตก แต่เป็น หรือ sleet ซึ่งเกิดจากการที่ฝนตกลงมาและ เจอความเย็นแทรกตัวเข้ามาทำให้น้ำฝนกลายเป็นหยดน้ำแข็งแทนที่จะตกลงมาเป็นน้ำ ขณะที่หิมะนั้น เกิดจากละอองน้ำที่รวมตัวกันในชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิต่ำว่า 0 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ต้น คือเป็นน้ำแข็งตั้งแต่เริ่มแรก"นายรอยล กล่าว
ด้าน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่าในคืนวันที่ 25 ม.ค.นี้ อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส โดยกรมอุตุฯ ได้คาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2วันนี้ ประกอบด้วย ภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส, ภาคกลางและภาคตะวันออกอุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตามระหว่างวันที่ 25-27 ม.ค.จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและยังคงหนาวเย็นอยู่
สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร จึงอยากให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่งส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่25-27 ม.ค.ไว้ด้วย
นายวันชัย กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่มีอุณหภูมิแปรปรวนแต่ก็ยังไม่ใช่ปีที่อุณหภูมิลดน้อยที่สุด ซึ่งสำนักพยากรณ์ ได้รวบรวมสถิติอุณหภูมิลดลงของประเทศไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่าปี 2557 ประเทศไทยมีอุณหภูมิต่ำกว่าปีนี้โดย จ.เชียงราย มีอุณหภูมิอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส น้อยกว่าปีนี้ที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 7.9 องศาเซลเซียส
ภาคอีสาน จ.สกลนคร มีอุณหภูมิต่ำสุดปี 2557 อยู่ที่ 7องศาเซลเซียส แต่ปี 2517 มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่-1.4 องศาเซลเซียส โดยปีนี้อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส
ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุดปี 2557อยู่ที่ 14.8 องศาเซลเซียส ปีนี้อยู่ที่ 15.9 องศาเซลเซียส







