
‘เหนือ-อีสาน’หนาวยะเยือก
อิทธิพลความกดอากาศสูงจากจีนส่งผลให้ภาคเหนือ-อีสานหนาวเย็นฉับพลัน 25-27 ม.ค.นี้
อิทธิพลความกดอากาศสูงจากจีนส่งผลให้ภาคเหนือ-อีสานหนาวเย็นฉับพลัน 25-27 ม.ค.นี้
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนองและลมแรงเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน อากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว และอุณหภูมิจะลดลงอีกประมาณ 6-10 องศาเซลเซียส ระหว่างวันที่ 25-27 ม.ค.นี้ ส่วนภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่งและเกิดคลื่นสูง 2-4 เมตร
นายปรีชา จินต์ธนาวัฒน์ ฝ่ายพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สภาพอากาศจะลดลงเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากอากาศร้อน เมื่อเริ่มร้อนก็เกิดฝนฟ้าคะนอง เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนองก็นำมาซึ่งอุณหภูมิที่ลดต่ำลงไป
นายปรีชา กล่าวอีกว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของ จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ที่ 19-22 องศา และจะลดลงระหว่างวันที่ 25-27 ม.ค.อีกประมาณ 4-6 องศา หากเป็นพื้นที่สูงก็อาจจะลดลงราว 6-10 องศา ทำให้ผู้สูงวัยและเด็กเล็กล้มป่วยจำนวนมากเพราะปรับตัวไม่ทัน
ทั้งนี้ เช่นเดียวกับที่ จ.น่าน มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะบนยอดดอยตามหุบเขา ที่ อ.ปัว และที่ อ.บ่อเกลือ มีลมแรง และมีฝนตกลงมา ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงฮวบเหลือเพียง 5 องศา ส่วนในเขตเมืองลดลงเหลือ 13 องศาทำให้ประชาชนต้องนำเสื้อกันหนาว ผ้าพันคอกลับมาใส่กันอีกครั้ง
สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่เท่านั้น หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 26-27 ม.ค.จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมา เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีกจนถึงต้นเดือน มี.ค.นี้
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยม วิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ผลการตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดของ จ.อุบลราชธานี เมื่อเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา วัดได้ 16.9 องศา ลดลงจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ประมาณ 7.1 องศา จึงขอประกาศเตือนประชาชนให้ระวังรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงในช่วงระยะนี้ด้วย
ที่ จ.สกลนคร หลังฝนตกติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลให้อากาศหนาวเย็นฉับพลัน อุณหภูมิลดลงทันที 5 องศาโดยเขตเมืองอุณหภูมิวัดได้ที่ 15-17 องศา และตามยอดดอยพื้นที่สูง อุณหภูมิอยู่ที่ 8-9 องศา ขณะที่
ชาวบ้านอาศัยตามหุบเขา ยอดดอยในหลายพื้นที่ ต้องก่อไฟผิงคลายความหนาว
นอกจากนี้ จากสภาพอากาศหนาวเย็นลงฉับพลันทำให้ประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือล้มป่วยล้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะเด็กและคนชราที่มีภูมิต้านทานต่ำล้มป่วยถูกนำส่งโรงพยาบาลจำนวนมาก และคาดว่าหากสภาพอากาศหนาวเย็นลงไม่หยุด จะมีผู้ป่วยเข้ามาตรวจรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







