
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
สัปดาห์หน้านี้มีประเด็นร้อนต้องติดตาม โดยเฉพาะเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการ
1.สัปดาห์หน้านี้มีประเด็นร้อนต้องติดตาม โดยเฉพาะเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นโดยวันที่ 29 ม.ค.นี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเป็นผู้แถลงเนื้อหารายละเอียดก่อนเปิดเวทีรับฟังความเห็น
ทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญถูกเปิดเผย ต้องจับตาความเคลื่อนไหนของพรรคการเมืองต่างๆ จะตั้งคำถามท้วงติงให้แก้ไขเรื่องที่ยังเป็นประเด็นข้อโต้แย้งไม่จบ อาทิ การเลือกผู้บริหารประเทศ การวางกลไกการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมถึงบทลงโทษที่รุนแรงขั้นเด็ดขาดต่อกระทำทุจริตการเลือกตั้ง
2.เรื่องถัดมาจับตาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) อันเกิดจากปัญหาการบริหารงานกรุงเทพฯ ในระยะที่ผ่านมาส่อแววทุจริตไม่โปร่งใสหลายโครงการ
ส่งผลกระทบต่อฐานเสียงของ ปชป. นำมาสู่การเดินหน้าตรวจสอบจากคนในพรรคเดียวกัน จนท้ายที่สุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. ต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนด้วยการออกมาขอโทษคนกรุงเทพฯ เพื่อลดเสียงวิพากษ์โจมตีอย่างหนักจากสังคมออนไลน์ ทำให้เวลานี้ต้องจับตาท่าทีของผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งถูกตัดขาดจากพรรคกลางอากาศ เพราะอยู่ระหว่างติดภารกิจเดินทางไปสาธารณรัฐโปรตุเกส จึงยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจง งานนี้ต้องต้องตามอย่างใกล้ชิด
3.จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศตั้งแต่วันที่ 23-26 ม.ค. ประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง แต่หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็วประมาณ 6-10 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือจะมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 8-14 องศา ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องเตรียมรับมือกับปัญหาน้ำท่วมขังก่อน ซึ่งกรมอุตุนิยมฯ คาดว่าภายหลังผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองไปแล้วอุณหภูมิจะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 23 องศา งานนี้คนเมืองเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม







