
Shizuoka 9
จากสวนส้มโอซากะไม่ไกล มีเมืองที่น่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง เป็นเมืองท่าที่สำคัญชื่อนูมาสึ (Numazu)
จากสวนส้มโอซากะไม่ไกล มีเมืองที่น่าสนใจอีกเมืองหนึ่ง เป็นเมืองท่าที่สำคัญชื่อนูมาสึ (Numazu) เมืองนี้เป็นอีกเมืองที่ไม่ได้อยู่ในแผนเที่ยวหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่สำหรับคนญี่ปุ่นต้องถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของเมืองนั้นอยู่ริมอ่าว Suruga อากาศเป็นใจไม่หนาวเกินไปและไม่ร้อนเกินควร แถมเดินทางสะดวกเพราะอยู่ใกล้ทางด่วนสายหลัก อย่าง Tomei มีรถไฟสาย Tokaido ผ่าน และเชื่อมต่อกับรถไฟชิงกังเซนที่สถานี Mishima เพียงแค่ป้ายเดียว ที่เที่ยวก็ครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ หาดทราย อาหารก็เด่นทั้งสดและแห้ง เนื้อวัวก็อร่อย ใบชาก็มี กิจกรรมก็เยอะ ฟูจีก็เห็น แล้วแบบนี้จะพลาดได้อย่างไร
จุดแรกที่อยากแนะนำให้ลองแวะไปคือ เวิ้งท่าเรือนูมาสึ Numazu Port ซึ่งมีหลายสิ่งให้ชมกันที่แรก
Numazu Fish Market Ino อาคารอเนกประสงค์ ชั้นล่างเป็นตลาดประมูลปลา ชั้นบนเป็นทางเดินที่สามารถมองลงยังพื้นที่ประมูลปลาได้ และมีโซนร้านอาหารด้วย ถัดจากอาคารนี้ไปหน่อยเป็นประตูน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งชื่อไว้ว่า View-O เพราะจากด้านบนของประตูน้ำสามารถมองเห็นวิวพาโนราม่าของอ่าวซูรุงะและภูเขาไฟฟูจีได้ อีกด้านของตลาดประมูลปลา คือ Numazu Minato Shinsenkan (ไม่ใช่ชิงกังเซนนะครับ) เป็นอาคารขนาดย่อมชั้นเดียว ด้านในประกอบด้วยร้านค้าสิบกว่าร้านมีทั้งร้านอาหารและร้านขายของฝาก
ที่น่าสนใจก็มีร้านของสหกรณ์การเกษตรเขตนันซุน JA Nansun ประกอบด้วยพื้นที่เมืองนูมาสึ ซูโซโนะชิมิสึ และนากาอิซูมิ ที่มีผลผลิตเด่นๆ เช่น เมล่อน สตรอเบอร์รี่ ส้มแมนดาริน ใบชา น้ำผึ้ง และ Dairy product ร้านนี้เลยเป็นเหมือนโชว์รูมของเจ้าถิ่น อยากได้อะไรเด่นๆ ของนูมาสึมาร้านนี้ได้ครบ
ร้านถัดมาชื่อร้าน Kameya ที่เน้นขายวาซาบิ มีทั้งวาซาบิสดและเครื่องปรุงต่างๆ ที่ทำหรือมีส่วนผสมจากวาซาบิ ตอนแรกที่เห็นป้ายร้านรู้สึกคุ้นตา นึกไปนึกมา อ้อ! ร้านอาหารคาเมยะแถบโกเทมบะที่ทัวร์ส่วนใหญ่นิยมไปทานกันนั่นเอง สอบถามดูถึงรู้ว่าเครือเดียวกัน อีกร้านหนึ่งเป็นร้านขายใบชาชื่อ Maruni ซึ่งมีแหล่งปลูกแถบภูเขาอาชิทากะ ผลผลิตของที่นี่ไม่ได้เยอะมาก จึงจำกัดการจำหน่ายอยู่เพียงแค่ในจังหวัดชิซูโอกะเท่านั้น เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการหาซื้อใบชาท้องถิ่นแท้ๆ ไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่ ราคาอยู่ที่ 600-2,000 เยนต่อ 100 กรัม ขึ้นอยู่คุณภาพของใบชา
ราคาขนาดนี้ถือว่าไม่แพงเลย เพราะไม่ใช่ชาที่ขายกันดาษดื่นตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ร้านที่ผมถูกอกถูกใจที่สุดเห็นจะเป็นร้าน Ebi-den จริงๆ แล้วร้านนี้เป็นร้านขายข้าวเกรียบกุ้ง (Ebi senbei) และเซมเบะอีกสารพัดรส เช่น ปู หอยเม่น ปลาหมึก จับคู่ปรุงรสกับกระเทียมบ้าง บ๊วยบ้าง เลยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้เลือกซื้อ แต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นเซมเบะปลาหมึกย่าง (Ikayaki senbei) อันที่จริงมันคือปลาหมึกตากแห้งที่เอามาย่างและอัดจนกรอบเหมือนเซมเบะ ที่สำคัญคือชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มเฮิ่มเพราะเอาปลาหมึกแห้งทั้งตัวมาทำ
นอกจาก 3-4 ร้านที่แนะนำแล้ว ก็ยังมีร้านอาหารประเภทซูชิและซาชิมิบ้าง ร้านขายอาหารทะเลตากแห้งบ้างให้ซื้อให้ชิม หรือถ้ายังไม่หนำใจ จะออกไปเดินฝั่งตรงข้ามที่เป็น Gourmet street ก็ได้ มีร้านรวงอยู่อีกไม่น้อยให้เลือกซื้อหรือชิม
บรรยากาศเหมือนเดินอยู่แถวตลาดฉัตรไชยที่หัวหินเลยครับ







