
"ประวิตร"ถกรมว.ยธ.ออสซี่เผยห่วงปัญหา“ไอเอส”
"พล.อ.ประวิตร" เผยรมว.ยุติธรรมออสเตรเลีย ห่วงปัญหา “ไอเอส” เล็งเซ็นเอ็มโอยู ร่วมกันในอนาคต ร่วมมือต้านก่อการร้าย
"พล.อ.ประวิตร" เผยรมว.ยุติธรรมออสเตรเลีย ห่วงปัญหา “ไอเอส” เล็งเซ็นเอ็มโอยู ร่วมกันในอนาคต ร่วมมือต้านก่อการร้าย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของออสเตรเลียเข้าเยี่ยมคำนับ ว่า เป็นการหารือเรื่องปัญหาอาชญากรข้ามชาติ ปัญหาเรื่องยาเสพติดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ตนได้บอกไปว่า รัฐบาลมีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าวและพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องไอเอส ซึ่งทางออสเตรเลียมีความกังวล และเราก็ดำเนินการอยู่ โดยเรายืนยันว่า ยังไม่มี สมาชิกไอเอส เข้ามาในประเทศไทย เราได้ตรวจสอบแล้ว
เมื่อถามว่า ความร่วมมือในเรื่องการก่อการร้ายจะมีในลักษณะใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะต้องเซ็นเอ็มโอยูร่วมกันในอนาคต ซึ่งต้องหารือกันก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออสเตรียเลียว่าเขาจะเดินทางไปเยือนทั่วภูมิภาคไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเพราะเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายการต่อต้านการก่อการร้ายเพราะว่าหลังจากที่มีการจับกลุ่มไอเอสได้ในประเทศต่างๆและมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นทางออสเตรเลียมีการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาให้ตำรวจและหน่วยงานด้านการข่าวสามารถใช้อำนาจจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้ ซึ่งทางออสเตรียเลียเอง ถามว่าเรามีกฎหมายตัวไหนที่รองรับการทำงานในดังกล่าวหรือไม่ และมีเหตุการณ์อะไรในลักษณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้าง
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า เราได้ตอบไปว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่ชัดเจนถึงความเชื่อมโยง เพียงแต่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แยกราชประสงค์ และสามารถจับกุมผู้ดำเนินการได้ เพียงแต่ยังไม่ทราบข้อมูลในเชิงลึกว่า กลุ่มที่ก่อเหตุมีวัตถุประสงค์อย่างไรต้องการทำร้ายคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ต้องการทำร้ายคนไทย หรือต้องการทำลายโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยอย่างไรก็ตามทางออสเตรียเลีย ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ แต่คาดว่าหากมีความร่วมมือกันก็จะมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้เรามีกฎหมายปกติในการดำเนินการ แต่หากเกิดวิกฤติก็จะมีการออกกฎหมายเฉพาะขึ้นมา
ขณะที่ นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ถือเป็นการมาเยือนไทยเป็นทางการครั้งแรก และมีความต้องการผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ให้มีความใกล้ชิดมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการดูแลอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย ขณะนี้เราเฝ้าระวังก่อการร้ายอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งให้ รัฐมนตรียุติธรรมออสเตรียเลียทราบว่า ไทยยินดีจะร่วมมือกับออสเตรเลียและในส่วนของเราเองถึงไม่ได้มีปัญหาในส่วนของกลุ่มไอซิส โดยตรง แต่เราก็เฝ้าระวัง และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนบ้านอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งคุมเข้มตามแนวชายแดนเพิ่มมากขึ้นในการเฝ้าระวังคนเข้าออก ขณะนี้ถือว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ทางออสเตรเลีย ได้ออกกฎหมายใหม่หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการก่อการร้าย ในส่วนของเราเอง พล.อ.ประวิตร แจ้งให้ทราบการปรับปรุงขีดความสามารถในด้านความมั่นคงอยู่ในขั้นการปฏิรูป
เมื่อถามว่า การเดินทางมาไทยครั้งแรกมีนัยยะสำคัญหรือไม่ เพราะทางรมว.ยุติธรรมออสเตรเลียให้สัมภาษณ์ถึงการก่อเหตุที่จากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย นายปณิธาน กล่าวว่าออสเตรเลีย ให้ความสำคัญกับไทยในลำต้นๆอยู่แล้วในภูมิภาคความร่วมมือในการปฏิบัติหลายเรื่องมีให้เห็นเป็นรูปธรรม การร่วมมือการปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพทั้งหมดในภูมิภาค
ทั้งนี้ออสเตรเลียมีบทบาทสูงในสหประชาชาติด้วย เรื่องการรักษาสันติภาพ และไทยกับออสเตรเลียมีความใกล้ชิดในการักษาสันติภาพมาตั้งแต่แรก
เมื่อถามว่า ไทยอยู่ในข่ายการก่อการร้ายหรือไม่นายปณิธาน กล่าวว่า เขาไม่ได้จัดอันดับไทยเพียงแต่เราเฝ้าระวัง2ประเทศคืออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งออกมายอมรับว่ามีปัญหากับไอเอสค่อนข้างมาก ส่วนประเทศอื่นที่เป็นเพื่อนบ้านติดชายแดนเรายังไม่มีปัญหา ทำให้เราไม่ต้องกังวลหรือเครียดมากนัก แต่การเฝ้าระวังต้องดำเนินการเพื่อความไม่ประมาท







