posttoday
1 ปีนาโนไฟแนนซ์ ปล่อยกู้ไม่ถึงฝั่งฝัน

1 ปีนาโนไฟแนนซ์ ปล่อยกู้ไม่ถึงฝั่งฝัน

22 มกราคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

มาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อที่ให้กู้แก่รายย่อยๆ ในวงเงินที่ไม่สูง ซึ่งรัฐบาลเริ่มผลักดันให้เกิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยอาศัยอำนาจที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ 1) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 หรือ ปว.58 ในเรื่องสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ 2) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม

และ 3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินหรือนันแบงก์

เป็นแนวคิดที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน สามารถนำเงินทุนไปเริ่มต้นสร้างอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ รวมถึงมีส่วนช่วยปิดช่องว่างการให้บริการของระบบธนาคารพาณิชย์ที่คนรายเล็กๆ จำนวนมากยังเข้าไม่ถึง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมาพบว่า มีคนรายได้น้อย คนที่กู้เงินนอกระบบประมาณ 581,973 ครัวเรือน และกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินใดๆ ได้อีกประมาณ 1.3 ล้านครัวเรือน ซึ่งถ้าเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มคนเหล่านี้ได้จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมได้ไม่น้อย

และในเบื้องต้นช่วงแรกของการเริ่มโครงการ (ณ เดือน พ.ค. 2558) ซึ่งมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตแล้วจำนวน 18 ราย ธปท.ประเมินว่า มาตรการนี้น่าจะปล่อยกู้โดยรวมวงเงินสูงสุดที่ประมาณ 8.02 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้นอกระบบของประชาชนที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับนิติบุคคลหรือบริษัทที่จะปล่อยกู้ได้ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ไม่เกิน 7 เท่า คือ ทุน 50 ล้านบาทจะปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 400 ล้านบาท โดยให้กู้แก่บุคคลธรรมดาที่ไม่มีหลักประกันได้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย คิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ได้ไม่เกิน 36% ต่อปี หรือ 3% ต่อเดือน 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดที่จัดเก็บโดย ธปท. ถึงความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เบื้องต้นพบว่า สิ้นปี 2558 มีผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจาก ธปท. และได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ได้แล้วทั้งสิ้น 25 ราย แต่เปิดดำเนินการได้เพียง 9 ราย ขณะที่มียอดปล่อยกู้ประมาณ 150 ล้านบาทเท่านั้น โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้กู้ต่อรายในวงเงินไม่สูง

นอกจากนี้ หากย้อนไปดูผลงานการดำเนินการของบริษัทต่างๆ ที่เข้ามาร่วมปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ที่กระทรวงการคลังเผยแพร่ ณ วันที่ 1 ก.ค. 2558 ที่เริ่มปล่อยกู้ได้เพียง 2 ราย จากที่ได้รับอนุมัติรวม 9 ราย คือ บริษัท ไทยเอซ แคปปิตอล เปิดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2558 และบริษัท เงินสดทันใจ เปิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2558 ทั้ง 2 บริษัทมีสาขารวมกันทั้งสิ้น 1,254 สาขา เพิ่งปล่อยกู้ไปได้เพียง 50 รายทั่วประเทศ วงเงินรวมเพียง 6.2 แสนบาทเท่านั้น

เมื่อประมวลยอดที่ให้กู้หลังจากเปิดทำการมาต้งแต่ต้นสามารถทำได้เพียง 150 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่กระทรวงการคลังเคยคาดหวังไว้เมื่อครั้งเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ว่า จะมียอดปล่อยกู้สูงถึง 8.02 หมื่นล้านบาทแล้ว ถือเป็นตัวเลขที่ห่างไกลกันลิบลับ เพราะเงินที่ปล่อยสินเชื่อได้มีจำนวนน้อยนิด ไม่เพียงพอที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ หรือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือธุรกิจรายเล็กได้ตามเป้าหมายเลย

สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดให้กู้นาโนไฟแนนซ์ไปไม่ถึงตามที่หวังไว้ น่าจะเป็นเพราะผู้ประกอบการที่ปล่อยกู้เข้ามาอยู่ในหลักเกณฑ์การดูแลของกระทรวงการคลังและ ธปท. ที่เน้นการให้ประโยชน์กับคนกู้ มากกว่าคนปล่อยกู้ เพราะเข้ามาช่วยดูแลคนรายได้น้อยให้มีโอกาสกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบ ที่คิดดอกเบี้ยสูงมาก 60-100% ต่อปี ถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบคนจน ขณะที่การทวงหนี้ก็ได้รับการคุ้มครองให้เป็นธรรมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่โหดเหมือนกู้หนี้นอกระบบ

แต่สำหรับผู้ประกอบการหรือคนปล่อยกู้กลับไม่ได้รับการปกป้องมากนัก หากเกิดปัญหาปล่อยกู้แล้วเกิดความเสียหาย มีหนี้เสียในระดับที่รับไม่ไหวก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจถึงขั้นล้มหายตายจาก โดยไม่มีหน่วยงานไหนช่วยเหลือได้ต้องดูแลตัวเอง ปล่อยกู้ก็ต้องใช้เงินทุนตัวเอง ห้ามรับเงินฝากเหมือนธนาคารพาณิชย์จากปัจจัยดังกล่าว

บวกกับภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ และประชาชนคนมีรายได้น้อยยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง หากปล่อยกู้ไปก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเบี้ยว หรือไม่ได้รับการชำระหนี้ กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลให้เป็นภาระของผู้ประกอบการไป การคัดกรองคุณภาพลูกหนี้ การติดตามหนี้ ของธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ จึงเข้มงวดไม่ได้แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินที่กำลังดำเนินการอยู่

ส่งผลให้ยอดการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวได้น้อย ห่างไกลจากตัวเลขที่รัฐบาลวาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรูในตอนแรก เนื่องจากผู้กู้ที่มีคุณสมบัติไม่พอที่จะกู้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นๆ ได้ ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ได้อยู่ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท