posttoday
โกงกินโครงสร้างพื้นฐาน กัดกร่อนประเทศหนักสุด

โกงกินโครงสร้างพื้นฐาน กัดกร่อนประเทศหนักสุด

22 มกราคม 2559

โดย...ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ดร.ธร ปีติดล สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

โดย...ดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล ดร.ธร ปีติดล สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การคอร์รัปชั่นผ่านการจ่ายสินบน ให้สินน้ำใจตอบแทนเจ้าหน้าที่ การเอื้อประโยชน์แก่ญาติหรือพรรคพวก การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ช่วยทำให้ระบบเศรษฐกิจไหลลื่นและเติบโตได้ และคิดไปว่าการปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างเข้มงวดเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ หรือกล่าวได้ว่า เห็นดีเห็นงามกับแนวคิดโกงแล้วโต

งานศึกษาเรื่อง “คอร์รัปชั่นกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ” พบว่า การคอร์รัปชั่นส่งผลลบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคอร์รัปชั่นผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การคอร์รัปชั่นผ่านความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการคอร์รัปชั่นผ่านการลงทุนภาคเอกชน คือ การคอร์รัปชั่น 3 ช่องทาง ที่ส่งผลร้ายต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมากที่สุด และเป็นบทพิสูจน์ว่า โกงแล้วไม่โต

การคอร์รัปชั่นผ่านโครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนสำคัญในการฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการคอร์รัปชั่นไม่เพียงทำให้ปริมาณของโครงสร้างพื้นฐานหรือสินค้าสาธารณะลดลงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานต่ำลงด้วย เพราะการลงทุนไม่มีประสิทธิภาพ ทรัพยากรในการลงทุนถูกผันไปเพื่อการอื่น อีกทั้งเงื่อนไขในการให้ประมูลหรือการให้สัมปทาน ต้องได้ราคาต่ำควบคู่กับคุณภาพที่ดี

แต่จากหลายกรณีที่ผ่านมา ภาครัฐมักจะ “ล็อกสเปก” โดยจัดประกวดราคาที่มีข้อจำกัดทางการแข่งขันและมักเอื้อสิทธิประโยชน์เหนือคู่แข่งอื่นแก่ผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลทำให้เกิดการผูกขาดสัมปทานขึ้น

การทุจริตนี้ส่งผลให้เกิดความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจค่าใช้จ่ายของรัฐแพงเกินกว่าความเป็นจริง และสร้างปัญหาหนี้สาธารณะตามมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีคลองด่าน ที่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่โครงการและรูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทรายเดียวที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ส่งผลให้รัฐสูญเสียงบประมาณเปล่าไปกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท โดยที่ระบบบำบัดน้ำเสียก็ไม่เกิดขึ้น ปัญหาน้ำเสียใน จ.สมุทรปราการ จึงไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงยังเบียดเบียนงบประมาณในส่วนอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้วย

การคอร์รัปชั่นผ่านการลงทุนภาคเอกชนส่งผลร้ายต่อแรงจูงใจในการลงทุนของภาคเอกชน ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการรักษาสัญญาทางธุรกิจของภาครัฐ ผลที่ตามมา คือ นักลงทุนหลีกเลี่ยงหรือย้ายฐานการผลิต อีกทั้งภาคเอกชนบางกลุ่มยังใช้ทรัพยากรเพื่อการลงทุนไปกับการหาช่องทางทุจริตหรือช่องทางลัดขั้นตอนมากกว่าลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิตและการแข่งขัน เช่น จ่ายสินบนให้แก่ข้าราชการระดับสูงที่มีหน้าที่ตรวจสอบ หาช่องทางและเครือข่ายผ่านนักการเมืองเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ จึงถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ได้เกิดผลทางการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถอย่างแท้จริง

ในอีกด้านหนึ่ง รัฐเองก็มีส่วนในการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการคอร์รัปชั่นด้วย เช่น เมื่อเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นช่องทางในการได้มาซึ่งผลประโยชน์และอำนาจก็อาจมีแรงจูงใจในการสร้างกฎเกณฑ์การทุจริตจนกลายเป็นว่าไม่จ่ายไม่ทำ ส่งผลให้จำนวนของการคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น

เห็นได้จากข้อมูลผลสำรวจความเสียหายจากการทุจริตที่ประเมินจากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ในปี 2542 หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่นักธุรกิจต้องจ่ายเงินพิเศษ เพื่อให้ได้สัญญาเฉลี่ยต่อปีสูงสุด คือ กรมศุลกากร เช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐที่ผู้มาติดต่อมักถูกเรียกร้องสินบนบ่อยครั้ง คือ สำนักงานที่ดิน และในปี 2558 ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐต้องจ่ายเงินพิเศษคิดเป็น 1-15% ของงบประมาณ ลดลงจากช่วงปี 2553-2556 ที่ต้องจ่ายเงินพิเศษสูงถึง 25-35% ของงบประมาณ

นอกจากนี้ การคอร์รัปชั่นยังมีผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองในรูปของจำนวนครั้งของการทำหรือพยายามทำรัฐประหาร ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้นโยบายรัฐขาดความต่อเนื่อง รัฐอาจขาดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ ความสามารถในการชำระหนี้ลดต่ำลง กิจกรรมและธุรกรรมทางการเงินชะลอตัว การลงทุนต้องจ่ายค่าความเสี่ยงในความไม่แน่นอนทางการเมือง อีกทั้งยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของผู้บริโภคและนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

เมื่อประเมินผลกระทบของการคอร์รัปชั่นในไทยผ่าน 3 ช่องทางหลักข้างต้น พบว่า การคอร์รัปชั่นผ่านโครงสร้างพื้นฐานส่งผลลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 ช่องทางที่เหลือ การทุจริตผ่านโครงสร้างพื้นฐานลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลงถึง 43.7% ส่วนการคอร์รัปชั่นผ่านความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการลงทุนภาคเอกชนลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 8.2% และ 7.7% ตามลำดับ

่อย่างไรก็ตาม มายาคติโกงแล้วโต เป็นแนวคิดที่ก่อเกิดประโยชน์ในระยะสั้นและกับกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวที่มีอำนาจในการเข้าถึงทรัพยากรเท่านั้น

ในทางที่ดี ทั้งภาครัฐและเอกชนควรปรับเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ว่าเป็นสีขาว สีเทา หรือสีดำที่ฝังรากลึกในสังคมให้กลายเป็นสิ่งรับไม่ได้ และการโกงไม่ได้ทำให้ใครโต เพราะผลร้ายคือความเสียหายมูลค่าหลายแสนล้านบาทและฉุดรั้งเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศให้ย่ำอยู่กับที่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท