
ต่างชาติชี้ปลูกพืชแทนยางพาราไม่ใช่ทางออก
ภาคเกษตรกรรมเปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของประเทศและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ท่ามกลางภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อราคายางพาราและสร้างความเดือดร้อนให้กับบรรดาเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราอย่างมาก
ภาคเกษตรกรรมเปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของประเทศและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ท่ามกลางภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อราคายางพาราและสร้างความเดือดร้อนให้กับบรรดาเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราอย่างมาก
มูฮัมมัด เบอร์ตัน คอลัมนิสต์ของนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล โพลิซี ไดเจสต์ ของสหรัฐ ระบุท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งเรื่องราคายางพาราที่ลุกลามในประเทศ ทำให้มีแนวความคิดที่จะเสนอแนะให้เกษตรกรยางพาราหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนนำมาสู่การตั้งคำถามว่า แนวคิดนี้กลายเป็นแนวคิดปกติได้อย่างไร
เบอร์ตัน กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวดูง่ายดายราวกับบอกให้เปลี่ยนจากแตงกวาเป็นกะหล่ำปลี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวคิดนี้ขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกยางพารา
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมารัฐบาลสนับสนุนและช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน แต่กลับไม่หนุนเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ โดยมองว่าเกษตรกรรมไม่ใช่อุตสาหกรรม
แต่แท้ที่จริงแล้วเกษตรกรรมถือเป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งที่หล่อเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ
ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ บรรดานักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในกรุงเทพฯ กลับเมินเฉยต่อคำร้องของบรรดาเกษตรกรยางพาราด้วยการเสนอให้เกษตรกรปลูกอย่างอื่นแทน
หากมองย้อนกลับไปสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการเสนอให้เกษตรกรปลูกยางพารา ซึ่งมีราคาดีเนื่องจากขณะนั้นตลาดยางพาราได้รับความนิยมอย่างมาก และรายได้จากการขายยางราพาราจะช่วยกระตุ้นรายได้ครัวเรือน
ทว่าต่อมาราคายางพารากลับตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องเหตุเพราะแรงซื้อหดตัว ซึ่งไม่เพียงเฉพาะแรงซื้อยางพาราเท่านั้นที่ลดลง แต่ยังรวมถึงแรงซื้อสินค้าทางการเกษตรอื่นๆ อีก ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่การแนะให้เกษตรกรปลูกอย่างอื่นแทนยางพารา ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกวิธี
นอกจากนี้ เบอร์ตัน ยังระบุด้วยว่า การเสนอแนะให้ชาวสวนยางพาราล้มต้นยางเสียแล้วหันไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม หรือการท่องเที่ยวแทนนั้นไม่ใช่ทางออกของปัญหา เนื่องจากประชากรนอกกรุงเทพฯ มีจำนวนราว 60-70% หากทุกคนหันไปทำงานในเมืองหลวงหมด สิ่งที่ตามมาอาจเลวร้ายกว่าเก่า
ถึงแม้รัฐบาลจะออกมาตรการรับซื้อยางพารา แต่มาตรการดังกล่าวก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนี้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว แน่นอนว่าดีกว่าการแนะให้ชาวสวนยางปลูกอย่างอื่นทดแทน ซึ่งแนวคิดเช่นนี้อาจเหมาะสมและใช้แก้ปัญหาได้จริงในอนาคต แต่ไม่ใช่ในปัจจุบันที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกตกต่ำ
ทั้งนี้ เบอร์ตันเชื่อว่าภาคการเกษตรกรรมในประเทศไทยจะยังสามารถฟื้นตัวได้ เนื่องจากประชาชนยังต้องการการบริโภคอาหารและรถยนต์ยังต้องการยางพาราในการผลิตล้อรถ ดังนั้นอนาคตราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างแน่นอน







