posttoday
อัพเกรดชีวิตอิเล็กทรอนิกส์

อัพเกรดชีวิตอิเล็กทรอนิกส์

21 มกราคม 2559

เมื่อปี 2557 ข่าวการโจมตี eBay บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ อีเมล รหัสผ่าน วันเกิด

โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร

เมื่อปี 2557 ข่าวการโจมตี eBay บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ อีเมล รหัสผ่าน วันเกิด ที่อยู่ทางไปรษณีย์ของลูกค้าถูกขโมย จน eBay ต้องขอให้ลูกค้า 145 ล้านรายของตนเปลี่ยนรหัสผ่านหลังถูกโจมตีระบบ

และเมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวเว็บไซต์ในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและของสำนักงานศาลยุติธรรมถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์เจาะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จนไม่สามารถใช้งานได้ ถึงแม้จะยังไม่ส่งผลกระทบทันทีทันใดกับประชนในวงกว้าง แต่ถือเป็นสัญญาณบอกเหตุให้เห็นอะไรบางอย่างแล้ว

ก่อนอื่นเราลองมาดูข้อมูลที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ทำไว้เกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเมื่อปี 2558 ซึ่งสำรวจจากคนทั้ง Gen X Gen Y Gen Z และ Baby Boomer ผลคือทุกกลุ่มมีการใช้อินเทอร์เน็ตต่อสัปดาห์สูงมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 โดยกลุ่มเพศที่ 3 ใช้ 58.3 ชม./สัปดาห์ และ Gen Y ใช้มากถึง 64.2 ชม./สัปดาห์

ผู้คนชอบใช้ผ่านสมาร์ทโฟนสูงสุดกว่า 80% และใช้มากถึง 40 ชม./สัปดาห์ บางส่วนใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

ทั้งนี้ กิจกรรมที่นิยมทำผ่านสมาร์ทโฟน 3 อันดับแรก คือ การสื่อสารผ่าน Social Network เช่น Facebook, Line และ Google+ มากถึง 82.7% ใช้เพื่อการสืบค้นข้อมูล 56.6% และใช้อ่านติดตามข่าวสาร 52.2% นอกจากนี้ยังใช้กันเพื่อดูโทรทัศน์ ดาวน์โหลดฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ รวมถึงการซื้อขายสินค้าและบริการ จองตั๋วโดยสาร ดูตลาดหุ้น เป็นต้น

ส่วนปัญหายังหนีไม่พ้นเรื่องการเชื่อมต่อช้า 72% มีโฆษณาออนไลน์มารบกวน 41.6% และเน็ตหลุดบ่อย 33.8% ปัญหาอื่น ๆ ได้แก่ ค่าเน็ตแพง เครือข่ายไม่ทั่วถึง ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อถือข้อมูล เจออีเมลขยะ ติดไวรัส สื่อลามกอนาจาร การถูกหลอกลวง ฯลฯ

ชีวิตของเราๆ ท่านๆ ตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน ยังไงก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายยิ่งพัฒนาทั้งเนื้อหาและแอพพลิเคชั่น เพื่อตอบโจทย์ทั้งความบันเทิงและความสะดวกในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สู่โจทย์ใหญ่สุดของประเทศ คือ นโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) ที่ต้องการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้และเพิ่มมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ภาครัฐกำลังเร่งผลักดันให้เกิดโครงข่ายการสื่อสารครอบคลุมทั่วประเทศ สัญญาณเร็ว แรง และราคาถูก เพื่อความเท่าเทียมในการเข้าถึงการใช้งานด้วย

เมื่อเราปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่ทุกคนต้องระวัง คือ ภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพราะปัจจุบันทั้งภาครัฐและธุรกิจเอกชนกำลังผจญภัยอยู่กับ มัลแวร์ (Malware) เช่น ไวรัสโทรจัน โปรแกรมดักการพิมพ์ และสปายแวร์ มักพบในซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลง หรืออาจโดนขโมยข้อมูลส่วนตัว เหล่าแฮ็กเกอร์มักใช้มัลแวร์เพื่อเข้าควบคุมโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลที่สำคัญ เช่น การแฮ็กข้อมูลธนาคารแล้วโอนเงินจากบัญชีนาย ก.ไปยังบัญชีนาย ข.โดยไม่รู้ตัว ทำให้ความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจล้มละลายลง หรือการบังคับสลับสัญญาณสับเปลี่ยนรางให้รถไฟ 2 ขบวนมาชนกัน คนจะตายหรือบาดเจ็บมากกว่าระเบิดพลีชีพมากแค่ไหน หรือการควบคุมระบบน้ำประปา โดยสั่งเพิ่มปริมาณสารเคมีลงไปในน้ำ นี่คือแค่คลิกเดียวหรือกดปุ่มเพียงปลายนิ้ว ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ สร้างความปั่นป่วนสับสนวุ่นวายได้ทั้งโลก

ในอดีตเราอาจมองว่า งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องของความทันสมัย มีประโยชน์ เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นเท่านั้น แต่วันนี้ได้ยกระดับเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว และที่จะต้องเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นๆ คือ มิติด้านความมั่นคง เพราะกลุ่มแฮ็กเกอร์หลายกลุ่มทำงานด้วยอุดมการณ์ ไม่ต้องมีคำสั่ง ไม่ต้องมีแกนนำหรือหัวหน้า ทุกคนเป็นแนวร่วม ไม่ต้องรู้จักกันก็ได้ มุ่งทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เห็นร่วมกัน

หลายประเทศลงมือดูแลปัญหานี้แล้วเช่น เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย กำลังจัดตั้งหน่วยเพื่อต่อสู้กับการโจมตีทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มาเลเซียเปิดตัวหน่วยงานไปตั้งแต่ปี 2550 ฟิลิปปินส์ทำเมื่อปี 2551 สิงคโปร์ลงมือตั้งแต่ปี 2548 โดยสำนักเลขาธิการประสานงานความมั่นคงแห่งชาติ ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี

ในส่วนของไทย ได้ยินว่ากำลังเร่งดูแลเช่นกัน ผมต้องขอย้ำอีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้กำหนดหรือผู้บริหารระดับนโยบายต้องกล้าตัดสินใจ และต้องเชื่อมั่นในผู้ปฏิบัติฝ่ายประจำ เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงและเป็นไปอย่างรวดเร็ว หน่วยงานของรัฐที่จะรับผิดชอบเต็มๆ ไม่ควรสังกัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง อาจสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพราะหน่วยงานนี้ต้องทำหน้าที่ในการประสานงาน พัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนอีกมากมาย ต้องทำงานโดยไม่ถูกจำกัดบทบาท เป็นเพียงกรมกองหนึ่ง หรือตกอยู่ในกรอบระบบแบบราชการมากเกินไป ต้องมีความยืดหยุ่นคล่องตัวลดขั้นตอนกระบวนการในการปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามเป้าหมายได้จริง

ท้ายสุดนี้ แม้ในตอนเด็กๆ เราถูกฝึก เรียน หรือสอนกันมาแบบแบ่งเป็นรายวิชา เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนเป็นคณะวิชา จบมาทำงานก็ทำเป็นแผนกๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นแล้วประชาชนหรือผู้รับประโยชน์สุดท้ายต้องการคำตอบแบบที่เป็น Solution รวม มีทั้งวิธีแก้ปัญหาคำอธิบายพร้อมเลย ไม่ใช่แยกตอบเป็นส่วนๆ หรือเป็นท่อนๆ เป็นเรื่องๆ

วันนี้และพรุ่งนี้ ชีวิตของเราอยู่ในสังคมอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นๆ ทุกวัน ประโยชน์และความเสี่ยงก็มากขึ้นตามไปด้วย คงถึงเวลาอัพเกรดโปรแกรมชีวิตกันแล้วครับท่าน สวัสดีปีใหม่ 2559

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท