
หมอเตือนคนอีสานงดกินของดิบหลังป่วยมะเร็งท่อน้ำดียังพุ่ง
แพทย์ขอนแก่นระบุ โรคมะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ในตับ ในภาคอีสานยังน่าเป็นห่วง วอนงดกินปลาน้ำจืดดิบเด็ดขาด
แพทย์ขอนแก่นระบุ โรคมะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ในตับ ในภาคอีสานยังน่าเป็นห่วง วอนงดกินปลาน้ำจืดดิบเด็ดขาด
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่าปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นปัญหาสาธารณสุขที่อยู่คู่คนอีสานมาอย่างยาวนาน ซึ่งถึงแม้ว่าประชาชนจะทราบและรับรู้ข้อมูลในเรื่องของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งที่ผ่านมาทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการรณรงค์ให้คนอีสานงดกินปลาน้ำจืดดิบ เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี แต่ก็ยังคงพบว่าสถิติจำนวนผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาด้วยโรคดังกล่าวยังคงไม่ลดลง ดังนั้นแผนการดำเนินงานในปี 2559 คณะแพทยศาสตร์ ยังคงเน้นหนักถึงปัญหาดังกล่าว ด้วยการผนึกพลังร่วมกันของสถาบันการอุดมศึกษา และมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในโรคดังกล่าวนี้อย่างจริงจัง
"ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี ได้ร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาและให้คนอีสานใส่ใจในโรคดังกล่าวให้มากมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2559 โดยประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น,กระทรวงสาธารณสุข,สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี ดำเนินการจัดทำโครงการกำจัดปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสครบรอบ 84 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2559 โดยจะเริ่มจากการวางแนวทางในการเฝ้าระวังตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพโดยหวังผลให้หายขาดหรือได้รับการรักษาแบบประคับประคองเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นรวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติด้านสาธารณสุขของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต"รศ.นพ.ชาญชัยกล่าว
รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะทำงานได้มีการประชุมร่วมทีมแพทย์,พยาบาล,เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างจริงจังและมีขอบเขตการทำงานที่มากขึ้น โดยมีการนำผลการวิจัยมาพัฒนาและนำไปใช้จริงเพื่อแก้ปัญหาร่วมทั้งการให้ประชาชนเข้าถึงการบริการที่เกี่ยวข้องกับโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีทั้งในระดับปฐมภูมิทุติยภูมิและตติยภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการวินิจฉัยและการรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับ







