
โฆษกศาลยุติธรรมสั่งสอบผู้พิพากษาหญิงวีนแตก ชี้มีอาการป่วย
โฆษกศาลยุติธรรมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ชี้โทษหนักสุดไล่ออกจากราชการ เผยมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
โฆษกศาลยุติธรรมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ชี้โทษหนักสุดไล่ออกจากราชการ เผยมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
หลังจากที่โลกออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอหญิงสาวผู้อ้างเป็นผู้พิพากษาเข้าติดต่อราชการที่กรมการขนส่งทางบก และด่าทอเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง หลังพบว่ารถยนต์ที่ตัวเองจอดขวางถูกใบสั่ง ทั้งยังแสดงบัตรประชาชนก่อนตะโกนลั่นว่า “...สังวรไว้นะว่า...น่ะเป็นนายของ...” ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้นหลาม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า หญิงสาวคนดังกล่าวที่ปรากฏในคลิปวีดีโอคือ น.ส.ชิดชนก แผ่นสุวรรณ ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และต้องทานยารักษาตลอดเวลา โดยมีอาการดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี แล้ว และทราบว่าก่อนเกิดหตุนางสาวชิดชนก ไม่ได้ทานยา อาการป่วยจึงกำเริบ ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ได้
ทั้งนี้ ได้รายงานให้ประธานศาลฎีกาทราบเรื่องแล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้กลับมาปฎิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ระหว่างรอผลการสอบสวน หากพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ หรือ หย่อนความสามารถในการทำงาน มีโทษสูงสุด คือให้ออกจากราชการ แต่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ
โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า น.ส.ชิดชนก ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษามากว่า 10 ปีแล้ว และเคยถูกดำเนินคดี ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน กรณีจอดรถกีดขวางการจราจร บริเวณถนนพหลโยธิน หน้าศาลอาญา เมื่อ ปี 2555 ถูกศาลพิพากษาปรับ 1 พันบาท และยังถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ กรณีปาข้าวกล่องใส่รถ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อปี 2556 และศาลพิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 2 พันบาท แต่รับสารภาพมีเหตุลดโทษ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี และจากกรณีดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีคำสั่งให้นางสาวชิดชนก ไปช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยทำงานด้านเอกสาร ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี
"ที่ผ่านมามีผู้พิพากษา เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการทำงาน อาทิ เจ็บป่วย เป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน มะเร็ง รวมถึงอาการทางจิต เช่นเดียวกับนางสาวชิดชนก หลายคน ซึ่งถูกย้ายให้ไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ และให้ออกจากราชการ ซึ่งถูกลงโทษแตกต่างกันออกไป"โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าว







