
รุก อีเลิร์นนิ่ง กระตุ้นการศึกษาก้าวทันโลก
8...ธเนศน์ นุ่นมัน
ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับการศึกษาในยุคดิจิตอล เริ่มตั้งแต่รายละเอียดจุดเล็กๆ ไปจนถึงโครงสร้างใหญ่
กระดานที่เคยเขียนด้วยชอล์ก กลายเป็นกระดานดิจิตอล ขณะที่โครงสร้างการศึกษาถูกสั่นคลอนโดยปริมาณข้อมูลและความรวดเร็วที่ครอบคลุมแทบทุกด้าน เช่น ข้อมูลการค้าขายทั่วโลกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลอดทั้งปีสามารถรวบรวมข้อมูลไว้ได้ภายในวันเดียว
ขณะที่ความรวดเร็ว ระยะเวลา ในการสื่อสารทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ที่เคยใช้เวลากว่า 40 ปี ในการพัฒนาตัวเองเพื่อกระจายคลื่นไปทั่วโลก แต่อินเทอร์เน็ตใช้เวลาพัฒนาและกระจายข้อมูลอย่างทั่วถึงในเวลาเพียง 4 ปี ส่งข้อมูลถึงกันเร็วขึ้นๆ ทำลายข้อจำกัดด้านการสื่อสารลงไปทุกวัน
นั่นคือสิ่งที่ ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงแห่งเทคโนโลยีกำลังค่อยๆ เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาของประเทศไทย หรือกระทั่งทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทบาทที่ว่านั้นคือ
“อีเลิร์นนิง” (ELearning) หรือการเรียนการสอนหลากรูปแบบที่ถ่ายทอดเนื้อหาด้วยสื่ออิเล็ก ทรอนิกส์ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การใช้ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต สัญญาณโทรทัศน์ กระทั่งสัญญาณดาวเทียม เข้ามามีบทบาทในการสร้างสังคมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนภาวิช อธิบายว่า อนาคตของอีเลิร์นนิงนั้น มีจุดเด่นหลายด้าน โดยเฉพาะกรณีที่ใช้ทรัพยากรด้านเวลาเท่าๆ กัน แต่มีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดข้อมูล สร้างโอกาสในการเข้าถึงเนื้อหาให้กับผู้เรียนได้ยิ่งกว่า
เมื่อข้อจำกัดในเรื่องเวลาและโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลถูกทำลายลง ย่อมส่งผลให้พัฒนาการของการศึกษาสามารถเป็นไปอย่างก้าวกระโดดได้ หากใช้เครื่องมือดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่สิ่งที่จะส่งผลต่อเนื่องไปถึงในลำดับต่อไปก็คือ บทบาทของผู้สอน
“
ในอนาคตผู้สอนไม่สามารถทำหน้าที่เพียงท่องจำเนื้อหามาสอนได้อีก เพราะเครื่องมือในระบบดิจิตอลสามารถเติมเต็มหรือทำหน้าที่ทำนองเดียวกันได้ดีกว่า ผู้เรียนจะสืบค้นเนื้อหาตามผู้สอนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาจากเว็บไซต์ได้อย่างทันท่วงทีผ่านอุปกรณ์ต่างๆ”ผู้สอนเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับแผนการสอนไปสู่การชำแหละ เจาะลึก วิเคราะห์เนื้อหาที่สอน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเรียนในทุกมิติ และหากผู้สอนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการนี้ได้ การเรียนจะพัฒนาไปสู่การลำดับความสำคัญ เพื่อใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“
สิ่งที่จะจบไปด้วยเช่นกัน คือ การเรียนหนังสือตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย เพราะในอนาคตเราจะเรียนรู้จากเนื้อหาในหลากมิติ เข้าสู่ยุคการศึกษาที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์กันได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้จากทุกที่ที่เราต้องการเรียนเนื้อหานั้นถูกผิดแค่ไหน มาตอบโต้กันได้ ทั้งระหว่างผู้สอนด้วยกัน และผู้สอนกับผู้เรียน ทั้งนี้ไม่จำกัดเฉพาะผู้สอนและผู้เรียนเท่านั้น ในเวลาเดียวกันยังสามารถเชื่อมไปสู่ผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาด้านนั้นๆ หรือกระทั่งความเห็นที่หลากหลายได้อีกด้วย
ภาวิช ทิ้งท้ายว่า ประเทศที่ใช้อีเลิร์นนิง เปลี่ยนระบบการศึกษา จนก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว มีให้เห็นเป็นตัวอย่างหลายประเทศ
“
เกาหลีใต้จริงจังกับเรื่องนี้มาก สิงคโปร์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถนำมาพัฒนาศักย ภาพของคนในประเทศให้ก้าวกระโดดได้ โดยไม่ต้องพูดถึงประเทศในแถบยุโรปหรืออเมริกา ขณะที่ประเทศไทยพบว่า มหาวิทยาลัยเอกชนตื่นตัวในเรื่องนี้มากกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ” เขากล่าวอีเลิร์นนิงในยุคปัจจุบันจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ในทุกๆ ระดับ รวมไปถึงระดับนโยบาย







