
ไอซีทีเล็งถกมหาดไทยรับบัตรสมาร์ตการ์ด
ไอซีทีจับเข่ามหาดไทย ถกแก้ปัญหาสมาร์ตการ์ด หวั่นถูกครหาผลาญภาษีประชาชน หลังมหาดไทยต้องการสั่งผลิตใหม่
ไอซีทีจับเข่ามหาดไทย ถกแก้ปัญหาสมาร์ตการ์ด หวั่นถูกครหาผลาญภาษีประชาชน หลังมหาดไทยต้องการสั่งผลิตใหม่
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า เตรียมเข้าหารือกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ถึงข้อยุติปัญหาเรื่องบัตรประชาชนอเนกประสงค์ (สมาร์ตการ์ด) เนื่องจากประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไปทำบัตรประชาชนแล้วไม่ได้บัตรสมาร์ตการ์ด แต่ได้บัตรเหลืองชั่วคราวแทน ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว เพราะประเทศชาติและประชาชนเสียประโยชน์
ทั้งนี้ ปัญหาการขาดแคลนบัตรสมาร์ตการ์ดเกิดขึ้นเนื่องจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมรับบัตรสมาร์ตการ์ดรอบใหม่จำนวน 26 ล้านใบ จากกระทรวงไอซีที เพราะรูปแบบบัตรผิดไปจากที่กฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 22 กำหนด เนื่องจากมีลวดลายและแถบเส้นสีแดงบริเวณรูปภาพ ขณะที่กฎกระทรวงห้ามมีลวดลายใดๆ
ทั้งนี้ ในส่วนกระทรวงไอซีทีได้ยืนยันว่าการผลิตบัตรสมาร์ตการ์ดดังกล่าว ได้ดำเนินการตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยทุกประการและได้ประสานงานร่วมกันมาตลอด รวมทั้งยังได้ดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการให้บัตรสมาร์ตการ์ดมีความปลอดภัย สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ ดังนั้นหากบัตรสมาร์ตการ์ดงวดสุดท้ายจำนวน 26 ล้านใบผิดกฎกระทรวง ก็จะทำให้บัตรสมาร์ตการ์ด 26 ล้านใบงวดก่อนหน้านี้ผิดกฎกระทรวงไปด้วย
สำหรับทางออกที่ดีที่สุดต่อประชาชนและประเทศชาติ คือการแก้กฎกระทรวงมหาดไทยให้ถูกต้องตามฉบับเดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขห้ามมีลวดลาย และต้องป้องกันการปลอมแปลงตามคำร้องของ ธปท.ด้วย
รายงานข่าวจากไอซีที ระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทยพยายามที่จะยกเลิกการใช้บัตรสมาร์ตการ์ดที่ผิดกฎกระทรวงเพื่อจะได้ผลิตบัตรใหม่ ซึ่งถือว่าสิ้นเปลืองงบประมาณและเป็นการนำภาษีของประชาชนไปใช้โดยไม่เกิดประโยชน์ เพราะหากผลิตบัตรสมาร์ตการ์ดใหม่ต้องใช้เงินงบประมาณเกือบ 2,000ล้านบาท โดยคำนวณจากบัตรสมาร์ตการ์ดงวดแรก 26 ล้านใบ คิดเป็นเงิน 988 ล้านบาท หรือใบละ 38 บาท ส่วนงวดสุดท้ายอีก 26ล้านใบ มูลค่า 902 ล้านบาท หรือคิดเป็นใบละ 34.70 บาท รวมเป็นเงิน 1,890 ล้านบาท







