
ผลพวงการจัดการการรัฐที่ล่าช้า
นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชน 4 ภาค บุกเข้าควบคุมที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ประมาณ 30,917 ไร่ ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 1 จังหวัดภาคตะวันออก คือ สระแก้ว กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชน 4 ภาค บุกเข้าควบคุมที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ประมาณ 30,917 ไร่ ในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 1 จังหวัดภาคตะวันออก คือ สระแก้ว กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ผลพวงจากเหตุเครือข่ายสภาประชาชนเข้าบุกยึดเป็นที่ดินของ บสท.ที่ได้มาจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และโอนมาให้ นับเป็นอีกการเคลื่อนไหวของประชาชนไร้ที่ดินทำกินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าไปดำเนินการอย่างไร จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด หรืออย่างปรองดองสมานฉันท์ เพราะการกระทำของเครือข่ายฯ ถือว่าผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
นายประภาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) ในนามสภาประชาชน 4 ภาค กล่าวว่า กลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาไม่มีที่ดินทำกินทั่วประเทศ เนื่องจากต้องการควบคุมพื้นที่ไม่ให้ถูกขายทอดตลาดให้นายทุน และเป็นสิ่งรับประกันการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล
ทั้งนี้ ประธาน สอส. อ้างว่า การเข้าครอบครองที่ดินของ บสท.ในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการเข้ายึดครองแบบไม่มีเหตุผล เนื่องจากทางสมาชิกสภาเครือข่ายฯ ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาแก้ปัญหาที่ดินทำกินอย่างมีรูปธรรมชัดเจน หลังจากไม่มีท่าทีว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
“ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้รับการตอบสนองที่เป็นรูปธรรม ทำให้เครือข่ายฯ บางกลุ่มจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เข้าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หาที่ทำกินจนถูกจับดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก” ประธาน สอส. กล่าว
นายประภาส กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยรับปากจะให้ความช่วยเหลือจัดสรรที่ดินทำกินกับชาวบ้านที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล แต่ก็ได้รับพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพียง 1,400 คน ทั้งที่มีผู้ประสบปัญหานี้ทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 8.6 หมื่นราย ทำให้เครือข่ายฯมองว่าการดำเนินการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นไปด้วยความล่าช้าไม่มีกำหนดที่ชัดเจน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องอยู่อย่างแร้นแค้นขัดสนไม่มีที่อยู่อาศัยทำมาหากินไม่ได้ เดือดร้อนหนัก
ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ที่สมาชิกสภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย(สศ.ปท.) เกือบ 300 คน ชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดโอนหนี้สินเข้ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร ถือว่าเป็นอีกเครือข่ายภาคประชาชนหนึ่งที่มีสมาชิกของสภาประชาชน 4 ภาค ที่ประสบปัญหารวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม นายประภาส ยืนยันว่า การเข้ามาครอบครองในครั้งนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อขอให้รัฐบาลช่วยเหลือแบบให้เปล่า แต่อยากจะต่อรองกับรัฐบาล ขอให้กระทรวงการคลังช่วยจัดงบประมาณเข้ามาชำระหนี้ที่ดินทั้งหมดที่ทางเครือข่ายฯ เข้าครอบครอง ให้กับทาง บสท. และเปลี่ยนสถานะมาเป็นเจ้าหนี้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านครอบครองที่ดินได้ผ่อนชำระในราคาที่พอจะเป็นไปได้







