
ผ่าทางตันทีวีดิจิทัล จบทุกปัญหาก.พ.นี้
กสทช.ชง คสช.แจกคูปองเพิ่ม 9.2 ล้านใบ แก้ทีวีดิจิทัล ชี้ขาดค่าธรรมเนียม 27 ม.ค.นี้
กสทช.ชง คสช.แจกคูปองเพิ่ม 9.2 ล้านใบ แก้ทีวีดิจิทัล ชี้ขาดค่าธรรมเนียม 27 ม.ค.นี้
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง ผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดิจิทัล ตัวแทนจากธนาคารผู้ออกหนังสือรับรองเงินกู้ (แบงก์การันตี) ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตัวแทนกระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในการให้บริการทีวีดิจิทัล
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีข้อเสนอมาประมาณ 10 ประเด็น อาทิ การขยายเวลาการชำระเงินงวดที่ 3 ในเดือน พ.ค.นี้ออกไป การขอขยายอายุใบอนุญาต การขอหยุดพักการประกอบกิจการจะทำได้หรือไม่ การเยียวยาเพื่อชดเชยให้ผู้ประกอบการ การเรียงช่องให้ทุกแพลตฟอร์มเหมือนกัน การแจกคูปองส่วนลด 690 บาทให้ประชาชนนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลเพิ่มให้ครบ 22 ครัวเรือน การเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น การวัดเรตติ้งสำรวจความนิยมของแต่ละช่อง การลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. (USO) การลดค่าเช่าโครงข่าย การลดภาระการแพร่ภาพตามกฎมัสต์แคร์รี่ที่แต่ละช่องต้องนำช่องสัญญาณของตัวเองไปเผยแพร่ในทุกแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสรุป 3 ข้อที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือ 1.กสทช.จะทำหนังสือถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอแจกคูปองเพิ่มอีก 9.2 ล้านใบ ให้ครบ 22.9 ล้านครัวเรือน จากปัจจุบันที่แจกไปแล้ว 13.7 ล้านครัวเรือน โดยปัจจุบันมีผู้นำคูปองมาแลกกล่องทีวีดิจิทัลแล้ว 8.6 ล้านครัวเรือน
สำหรับประเด็นที่ 2 เรื่องค่าธรรมเนียมกองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. (USO) ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าอยู่ในอัตราระหว่าง 0.1-2% ซึ่งผู้ประกอบการเกรงว่า กสทช.จะเรียกเก็บสูงถึง 1.5-2% นั้น ยืนยันว่าจะเรียกเก็บในอัตราที่น้อยที่สุด และ 3.จะไปแก้ไขหลักเกณฑ์เพื่อผู้ประกอบการจะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม USO ย้อนหลัง
ขณะที่ประเด็นอื่นๆ ยังไม่ตกผลึก เช่น ขอเลื่อนจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 3 ได้หรือไม่ ขอคืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมได้หรือไม่นั้น ตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่เพียงพอมารองรับ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละฝ่ายไปคิดหาเหตุผลมา โดยมีหลักการ คือ กสทช.ต้องไม่ทำผิดกฎหมายและรัฐต้องไม่เสียประโยชน์ และจะกลับมาหารือกับอีกครั้งในวันที่ 27 ม.ค.นี้
“เราตั้งเป้าว่าจะประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อหาทางออกให้ผู้ประกอบการ และตั้งเป้าปัญหาทุกอย่างจะต้องมีทางออกในเดือน ก.พ.นี้ อันไหนที่อยู่ในอำนาจของ กสทช.ก็พร้อมจะทำเลย แต่ถ้าเรื่องไหนต้องเสนอนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นทางออกสุดท้าย” นายฐากร กล่าว







