
ไม่ชิน
ในสัปดาห์นี้ ข่าวที่บรรดาผู้ส่งออก พ่อค้า นายธนาคาร และรัฐบาลทั่วโลก ต่างจับตามากที่สุด นอกจากสถานการณ์ราคาหุ้นและน้ำมันที่แกว่งตัวหนักรายวันแล้ว คงหนีไม่พ้นการเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 4 และจีดีพีตลอดทั้งปี 2015 ของจีน ในวันนี้
ในสัปดาห์นี้ ข่าวที่บรรดาผู้ส่งออก พ่อค้า นายธนาคาร และรัฐบาลทั่วโลก ต่างจับตามากที่สุด นอกจากสถานการณ์ราคาหุ้นและน้ำมันที่แกว่งตัวหนักรายวันแล้ว คงหนีไม่พ้นการเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 4 และจีดีพีตลอดทั้งปี 2015 ของจีน ในวันนี้
นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ออกมานั่งยันนอนยันหลายครั้ง ล่าสุดก็เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าจีนจะโตได้ราว 7% แน่นอน เพราะการปฏิรูปเปลี่ยนจากเศรษฐกิจบนการผลิตไปเป็นเศรษฐกิจบนการบริโภคนั้น เริ่มเห็นเนื้อเห็นหนังมากขึ้น โดยมีภาคบริการขยับขึ้นมาสร้างรายได้แล้วมากกว่าครึ่ง จากจีดีพีจีนทั้งหมดในปี 2015 กว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 363 ล้านล้านบาท)
แต่การย้ำความเชื่อมั่นของจีนกลับไม่ได้ช่วยให้โลกเบาใจลงได้แม้แต่นิด
นักวิเคราะห์ทั่วโลกมีความเห็นแทบจะเป็นเอกฉันท์ว่า การแถลงข่าวของจีนในวันนี้ไม่น่าจะใช่ข่าวดี
เพราะจีดีพีไตรมาส 4 น่าจะออกมาไม่สวยนัก สำนักที่มองโลกสวยสุดคือ มิซูโฮ ให้ไว้ที่ 6.9% เท่ากับไตรมาส 3 ซึ่งเป็นตัวเลขรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีของจีน ค่ายฝรั่งเศส ซ็อกเจน ให้ 6.8% โนมูระ ให้ 6.4% ขณะที่ มูดี้ส์ อะนาไลติกส์ ให้ 5.7% เท่านั้น
ถ้าเป็นจริงตามการมองแบบโลกไม่สวย จะเท่ากับว่าจีดีพีรวมในปี 2015 จะเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 25 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1990 จากที่โตได้ 7.3% ในปี 2014
ว่ากันตามจริง จีดีพีที่ซบเซาเป็นที่คาดหมายกันไว้อยู่แล้ว ในเมื่อจีนปฏิเสธที่จะใช้มาตรการการคลังอัดฉีดเงินก้อนใหญ่เข้ากระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา ต้องจัดการกับฟองสบู่ มีปัญหาในระบบสถาบันการเงิน แถมยังเจอกับภาวะทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง
จีนเองก็ออกตัวดังๆ มาก่อนหน้านี้ในแผน 5 ปีฉบับใหม่แล้วว่า จะปฏิรูปเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้างไปอิงกับการบริโภค ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้ระยะเวลา และแน่นอนว่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวได้ราว 6.5% เท่านั้น เพราะไม่เน้นหวือหวา แต่ให้โตอย่างยั่งยืนแทน
แต่ความยั่งยืนของจีนที่ว่ามานี้ หลายฝ่ายเขายังไม่ชิน และไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะมองว่าจีนไม่ค่อยเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง และมองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ได้ เนื่องจากใครๆ ต่างก็พึ่งพาจีน ทั้งการส่งออกสินค้าเกษตร โลหะ สินแร่ ไปจนถึงสินค้าทั่วไปต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่สินค้าไฮเทคและสินค้าฟุ่มเฟือย
ทำเอาหลายประเทศ เช่น บราซิล เริ่มกระทุ้งให้กลุ่มตลาดเกิดใหม่เตรียมแผนบีรองรับวิกฤตกันแล้ว เช่นเดียวกับกองทุนไอเอ็มเอฟ ที่เริ่มพูดถึงวงเงินสวอปในยามฉุกเฉินแล้ว
ไม่ชินและไม่อยากจะชินกับข่าวน่ากลัวแบบนี้จริงๆ ค่ะ







