
ไทยอันดับ 10 เสี่ยงภัยก่อการร้าย
นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 9 ก.ย. 2001 ที่สหรัฐ และเหตุก่อการร้ายใจกลางกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2015 ที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 130 ราย ทำให้นานาชาติผนึกกำลังให้ความสำคัญกับการต่อต้านการก่อการร้ายมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) จะไม่หยุดเพียงเท่านั้น
นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 9 ก.ย. 2001 ที่สหรัฐ และเหตุก่อการร้ายใจกลางกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2015 ที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 130 ราย ทำให้นานาชาติผนึกกำลังให้ความสำคัญกับการต่อต้านการก่อการร้ายมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) จะไม่หยุดเพียงเท่านั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2016 กลุ่มไอเอสก็ลงมือก่อเหตุอีกครั้งใจกลางกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และถือเป็นการก่อการร้ายครั้งแรกในนามของไอเอสที่รุกคืบเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นิตยสาร เดอะ ดิโพลแมท รายงานอ้างดัชนีก่อการร้ายโลก (จีทีไอ) ปี 2015 ของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ เปิดเผยอันดับประเทศที่เสี่ยงต่อการก่อการร้าย พบว่าไทยอยู่ในอันดับ 10 และฟิลิปปินส์ตามมาเป็นอันดับ 11 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าอียิปต์และซูดานใต้เสียอีก
จากรายงานดังกล่าวระบุว่า 2 ใน 3 ของเหตุก่อการร้ายในไทยปี 2014 เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คร่าชีวิตประชาชนกว่า 6,000 ราย จากฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่ม อาทิ ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) และกลุ่มอาร์เคเค
ส่วนเหตุก่อการร้ายที่เหลือส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสุ่มยิง หรือระเบิด ที่เกิดขึ้นช่วงที่มีการต่อต้านรัฐบาล รวมไปถึงเหตุระเบิดย่านราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2015 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย
ขณะเดียวกัน เหตุก่อการร้ายในฟิลิปปินส์ก็มีความรุนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกลุ่มกองทัพประชาชนใหม่ (เอ็นพีเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศ ลงมือราว 32% ของเหตุก่อการร้ายทั้งหมดในฟิลิปปินส์
เดอะ ดิโพลแมท ตั้งคำถามว่า กลุ่มเอ็นพีเอและบีอาร์เอ็นควรจัดเป็นกลุ่มก่อการร้ายหรือไม่ เนื่องจากจีทีไอนิยามกลุ่มก่อการร้ายว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐซึ่งใช้กำลังหรือความรุนแรงเพื่อเจตนาทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือศาสนา แต่การกระทำที่มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในพื้นที่นั้นไม่นับรวม
นอกจากนี้ รายงานจีทีไอยังระบุด้วยว่า การกระทำของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่นำไปสู่การรัฐประหารในไทยนั้น ถือเป็นการก่อการร้าย เนื่องจากมีการใช้ความรุนแรง ตัวผู้กระทำไม่ใช่รัฐ และเป้าหมายของการก่อเหตุคือการเมือง
กระนั้นก็ตาม เป้าหมายและขอบเขตของกลุ่มการเมืองก็มีความแตกต่างจากกลุ่มก่อการร้ายอย่างไอเอส โบโกฮาราม และกลุ่มเตห์รีค-ไอ-ตาลีบัน ปากีสถาน (ทีพีพี) ค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มการเมืองในไทยมีเป้าหมายเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ ไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย
อย่างไรก็ดี ความพยายามของรัฐบาลไทยในการเจรจาสันติภาพร่วมกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในประเทศ







